ซ่งเค่อหนิงลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานสีขาวที่ไม่คุ้นตา
หลอดไฟเหนือศีรษะ ปุ่มเรียกพยาบาลบนผนัง และกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ลอยอยู่ในอากาศ เธอนิ่งไปหลายวินาทีกว่าจะนึกขึ้นได้
ทำไมเธอถึงมาอยู่โรงพยาบาล? พอลองขยับนิ้ว ก็รู้สึกเจ็บเล็กน้อยตรงหลังมือที่ติดพลาสเตอร์ไว้
ก้มลงมองก็เห็นรอยช้ำเล็ก ๆ บนหลังมือ เป็นรอยเข็มจากการให้น้ำเกลือ
ผ้าห่มสีขาวบาง ๆ แบบที่ใช้ในโรงพยาบาลคลุมอยู่บนตัวเธอ ชายผ้าถูกใครบางคนสอดเก็บไว้อย่างเรียบร้อย
ลู่จืออวี้ฟุบอยู่ข้างเตียง เอียงหน้าแนบกับแขนตัวเอง หลับสนิท
ขายาวทั้งสองข้างของเขางอเก้งก้างอยู่ในช่องแคบระหว่างเตียงกับเก้าอี้ แผ่นหลังโค้งเล็กน้อย ดูราวกับสุนัขตัวใหญ่ที่ถูกบังคับให้ขดตัวอยู่ในกล่องกระดาษ
ผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้าม้าตกลงมาปิดคิ้วไปครึ่งหนึ่ง คางมีหนวดเขียวครึ้มขึ้นเป็นตอ
ลมหายใจของเขายาวและสม่ำเสมอ คิ้วขมวดน้อย ๆ ราวกับแม้แต่ในฝันก็ยังครุ่นคิดเรื่องอะไรอยู่
ซ่งเค่อหนิงมองใบหน้าตอนหลับของเขา พลันรู้สึกใจลอยขึ้นมาเล็กน้อย
ลู่จืออวี้ในความทรงจำของเธอ คือประธานหนุ่มผู้เย็นชาและเอาแต่ใจที่เขียนไว้ในนิยาย คนที่ยืนอยู่ในห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกเอ็นเอ็กซ์ สวมสูทสั่งตัดจากอาร์มานี่
ไม่ใช่ผู้ชายที่สวมชุดวอร์มเก่าซื้อจากแผงลอย นั่งขดตัวบนเก้าอี้แคบ ๆ ในโรงพยาบาล หนวดเครารุงรัง ใบหน้าเหนื่อยล้า และเฝ้าเธอมาตลอดทั้งคืนอย่างตอนนี้
เธอใช้มือยันเตียง ตั้งใจจะลุกขึ้นนั่ง เสียงเตียงดังเอี๊ยดเบา ๆ ลู่จืออวี้ก็สะดุ้งตื่นทันที
เขาเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตายังมีแววง่วงงุนหลงเหลืออยู่ แต่สิ่งแรกที่ทำคือมองคนบนเตียง
“ตื่นแล้วเหรอ?” เสียงเขาแหบพร่าจากการเพิ่งตื่น ทุ้มต่ำอยู่ในลำคอ
“ฉันมาอยู่โรงพยาบาลได้ยังไง?” ซ่งเค่อหนิงขยี้ตา รู้สึกคอแห้งเล็กน้อย
