เฉินคังพาซ่งเค่อหนิงเดินเข้าไปด้านในคลังสินค้า จากข้างนอก โลจิสติกส์พาร์กดูเหมือนอาคารสองชั้นสีเทาขาว แต่พอเข้ามาข้างในถึงรู้ว่ากว้างกว่าที่คิดไว้มาก
มีทั้งพื้นที่คัดแยกสินค้า พื้นที่แปรรูป ห้องเย็น พื้นที่เก็บสินค้าอุณหภูมิปกติ พื้นที่สำนักงาน...
สำนักงานอยู่ชั้นสองของคลังสินค้า บนป้ายหน้าห้องต่าง ๆ เขียนว่า “ห้องผู้จัดการ” “ห้องการเงิน” “แผนกบุคคล” และ “แผนกเอกสาร”
พี่สาวแผนกบุคคลแซ่โจว อายุสี่สิบกว่า ดัดผมลอนเล็ก ๆ และพูดด้วยสำเนียงกว่างผู่ที่ฟังชัดมาก
เธอยื่นสัญญาจ้างงานผ่านบริษัทจัดหางานให้ซ่งเค่อหนิงเซ็น จากนั้นก็ถ่ายสำเนาบัตรประชาชนของเธอ
เนื้อหาในหนังสือรับรองโดยคร่าว ๆ คือ เจ้าตัวยินยอมสละสิทธิ์ประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพด้วยความสมัครใจ หากเกิดปัญหาใด ๆ ระหว่างทำงานอันเนื่องมาจากสภาพร่างกายส่วนบุคคล บริษัทจะไม่เกี่ยวข้องด้วย
ซ่งเค่อหนิงอ่านทบทวนหนึ่งรอบ ก่อนเซ็นชื่อและประทับลายนิ้วมือ
เมื่อจัดการเอกสารเรียบร้อย เฉินคังก็พาซ่งเค่อหนิงไปยังแผนกเอกสารชั้นหนึ่ง แล้วบอกหยางหมิ่นว่า “หยางหมิ่น นี่ซ่งเค่อหนิง พนักงานพาร์ตไทม์คนใหม่ มาทำงานตั้งแต่บ่ายโมงถึงหกโมงเย็น จะช่วยแบ่งเบางานเอกสาร เธอช่วยพาเขาทำความคุ้นเคยกับขั้นตอนหน่อย”
เฉินคังพูดจบก็เดินออกไป ในวิทยุสื่อสารมีคนเรียกเขาอีกแล้ว
หยางหมิ่นมองซ่งเค่อหนิงตั้งแต่หัวจรดเท้า ผิวขาวเนียนดูไม่เหมือนคนทำงานใช้แรงเลยสักนิด
เธอคิดอยู่ในใจว่าคนคนนี้จะทนทำได้กี่วัน แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ห้องแผนกเอกสารเล็กมาก โต๊ะทำงานรูปตัวแอลกินพื้นที่ไปเกือบครึ่ง บนโต๊ะมีจอคอมพิวเตอร์สามเครื่องวางเรียงกันชิดผนังด้านในมีเครื่องพิมพ์หนึ่งเครื่อง เครื่องพิมพ์อเนกประสงค์อีกหนึ่งเครื่อง และตู้เก็บเอกสาร
บนผนังแขวนกระดานไวต์บอร์ดไว้ แบ่งปันรายละเอียดลูกค้าแต่ละรายกับช่วงเวลาส่งของกันแน่นเอี้ยดด้วยปากกาเมจิก
