ซ่งเค่อหนิงชะงักไปครู่หนึ่ง น้ำตายังคลออยู่บนใบหน้า แต่ในใจกลับเข้าใจทุกอย่างแล้ว
ใช่แล้ว ลู่จืออวี้เป็นคนฉลาดขนาดนั้น
ทั้งสองนอนเตียงเดียวกัน ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทุกวันมาเกือบห้าเดือน เขาจะไม่สังเกตเห็นความผิดปกติแม้แต่นิดเดียวได้ยังไง?
ซ่งเค่อหนิงคนเดิมเรียนไม่จบแม้แต่ประถม เลขสามลบสองยังคิดไม่ออกด้วยซ้ำ
แต่เธอน่ะเหรอ? เชี่ยวชาญสูตรและฟังก์ชันต่าง ๆ ในเอ็กเซล รวมถึงโปรแกรมสำนักงาน
ซ่งเค่อหนิงคนเดิมไม่เคยต้องทำอะไรเอง แม้แต่น้ำสักแก้วยังขี้เกียจริน แต่เธอกลับทำอาหาร งานบ้าน และเรื่องจุกจิกในชีวิตประจำวันได้สารพัด แถมยังลงมือทำอะไรเองเก่งมาก
ซ่งเค่อหนิงคนเดิมใช้เงินมือเติบ ไม่รู้จักวางแผน แต่เธอกลับรู้จักประหยัดคิดหน้าคิดหลัง ถึงขั้นไม่ยอมซื้อถุงขยะสำหรับใส่ถังขยะสักใบ
ความแตกต่างราวฟ้ากับเหวขนาดนี้วางอยู่ตรงหน้า เขาจะไม่สงสัยได้ยังไง
“นาย... อาการจำหน้าคนไม่ได้ของนายหายแล้วเหรอ?” ซ่งเค่อหนิงถามด้วยเสียงสั่นเล็กน้อยเพราะตื่นเต้น
หรือว่าเพราะตั้งใจไหว้พระจันทร์ อาการจำหน้าคนไม่ได้ของลู่จืออวี้ถึงหายไป?
ลู่จืออวี้ชะงักกับคำถามของเธอ
ซ่งเค่อหนิงคนเดิมที่วางยาแล้วปีนขึ้นเตียง แถมยังเอาแต่ใจและปากร้าย กับซ่งเค่อหนิงที่นั่งร้องไห้ตาแดงอยู่บนเก้าอี้เตี้ยตรงระเบียงเพราะคิดถึงบ้าน ตอนนี้ทั้งคู่หน้าตาเหมือนกันเป๊ะตั้งแต่หัวจรดเท้า
ซ่งเค่อหนิงเห็นแววชะงักงันที่วูบผ่านใบหน้าเขา จึงรู้สึกใจหายวาบ
จู่ ๆ เธอก็นึกถึงเรื่องหนึ่งที่มองข้ามมาตลอด วันที่โจวอวี้ชิงเจอเธอในวันที่ล้มละลาย เขาไม่ได้แสดงท่าทีผิดปกติอะไรเลย
โจวอวี้ชิงรู้จักซ่งเค่อหนิงคนเดิม เคยเจอกันในบาร์กับคาราโอเกะตั้งหลายครั้ง
ถ้าเธอหน้าตาไม่เหมือนซ่งเค่อหนิงคนเดิม โจวอวี้ชิงก็คงไม่แสดงท่าทีแบบนั้น
ตอนลู่จืออวี้ฟื้นขึ้นมา เขาก็ไม่ได้แสดงสีหน้าตกใจที่เห็นหน้าเธอเลยแม้แต่น้อย
แสดงว่าตั้งแต่ต้นจนจบ ในสายตาของทุกคนบนโลกในนิยายนี้ เธอกับซ่งเค่อหนิงคนเดิมหน้าตาเหมือนกันเป๊ะ
