“เลิกงาน ๆ อยู่ต่ออีกนาทีเดียวฉันก็ไม่อยากแล้ว”
หยางหมิ่นพูดพลางปิดคอมพิวเตอร์ เมาส์กดปุ่ม “ปิดเครื่อง” อย่างแรงเป็นพิเศษ ราวกับกำลังบอกลาเครื่องคอมพิวเตอร์ห่วย ๆ ที่ค้างมาตลอดบ่ายเป็นครั้งสุดท้าย
หม่ามาเข่อสะพายกระเป๋าผ้าใบขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว พูดคล้อยตามว่า “ถ้าพรุ่งนี้ยังค้างแบบนี้อีก ฉันจะถอดเคสแล้วเอาพัดลมเป่าเข้าไปข้างใน ลดอุณหภูมิแบบตรง ๆ เลย ไม่เชื่อหรอกว่าจะจัดการมันไม่ได้”
“คราวก่อนเธอก็บอกว่าจะเอาพัดลมมาเป่า เป่าตั้งบ่ายก็ไม่เห็นจะดีขึ้นเลย” หยางหมิ่นลุกขึ้น ดันเก้าอี้เข้าไปใต้โต๊ะทำงาน
“ก็พัดลมมันเล็กไป พรุ่งนี้ฉันจะเอาพัดลมอุตสาหกรรมมา”
“อะไรนะ คราวนี้จะควักเงินซื้อพัดลมอุตสาหกรรมมาให้บริษัทด้วยเหรอ?”
หยางหมิ่นพูดพลางเหลือบมองซ่งเค่อหนิงที่ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะไม่ขยับ “เค่อหนิง เธอไม่กลับเหรอ?”
“ฉันรอกลับพร้อมลู่จืออวี้ เขาเลิกงานตอนหนึ่งทุ่ม”
หยางหมิ่นกับหม่ามาเข่อไม่ได้พูดอะไรต่อ รีบเผ่นออกไปทันที เผื่อเดี๋ยวหัวหน้าจะสั่งให้ทำโอทีอีก
หวงเหรินจวิ้นเดินเข้ามาพอดี มือหนึ่งถือขนมปังพลางกินไปด้วย เขาพูดแทรกขึ้นมาทั้งที่ยังเคี้ยวอยู่ “เค่อหนิง เธอทำโอทีให้บริษัทฟรีวันละชั่วโมงแบบนี้ทุกวัน หวังอะไรอยู่เหรอ? ก็ไม่มีใครคิดเงินโอทีให้สักหน่อย”
ซ่งเค่อหนิงยิ้ม “ไม่เป็นไรพอดีมีเพื่อนกลับด้วย”
หวงเหรินจวิ้นเคี้ยวขนมปังพลางส่ายหน้า สีหน้าราวกับกำลังบอกว่า “คนที่ชอบอวดความหวานให้คนโสดเห็นทุกวันแบบพวกเธอ ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ”
เขากลืนขนมปังลงคอ หยิบแก้วน้ำบนโต๊ะขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ “เอาเถอะ ๆ พวกเธอรักกันดี คนโสดอย่างฉันไม่มีสิทธิ์ออกความเห็น”
