ตอนที่ 37 ความหวังที่อยู่ไม่ไกล
ตอนที่ลู่จืออวี้กับลุงโจวขนทุเรียนออกจากตู้คอนเทนเนอร์ใบสุดท้ายเสร็จ ก็เป็นเวลาบ่ายสามโมงกว่าแล้ว
ทุเรียนเกรดบีครึ่งตู้คอนเทนเนอร์หมายเลขสามถูกขนลงมาจนหมดและพันฟิล์มเรียบร้อย วางแยกไว้ในพื้นที่รอจัดการของห้องเย็น รอพนักงานขายคุยกับลูกค้าเรียบร้อยแล้วค่อยจัดส่งออกไป
ลุงโจวเข็นพาเลตทุเรียนใบสุดท้ายไปวางในช่องเก็บของที่กำหนด ถอดถุงมือแล้วตบมือสองที ก่อนถอนหายใจยาว “ในที่สุดก็เสร็จสักที”
เพิ่งพูดจบ พี่หม่าก็เดินถือเอกสารที่เพิ่งพิมพ์ออกมาปึกหนึ่งเข้ามา
“ลุงโจว เสี่ยวลู่ พักกันก่อนแล้วค่อยไปขนของลงจากช่องรับสินค้าเบอร์ 6”
ลุงโจวครางอย่างหมดแรง “เพิ่งขนทุเรียนเสร็จ ก็มีงานต่ออีกแล้วเหรอ? ของอะไรล่ะ?”
“องุ่นหอมมะลิ เพิ่งขนมาจากเจี้ยนสุ่ย มณฑลยูนนาน รถหนึ่งคันมี 1,200 ลัง ลูกค้าสามรายสั่งจองไว้”
พอได้ยิน ลุงโจวก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้ เขาหันไปบอกลู่จืออวี้ว่า “องุ่นหอมมะลิอร่อยมากนะ ที่สำคัญคือมีกลิ่นองุ่นหอมชัดเจน ลูกสาวฉันชอบกินมาก แต่แพงกว่าสายพันธุ์อื่นเยอะเลย”
ลู่จืออวี้ไม่ได้ตอบ ภาพตอนเลิกงานแล้วไปซูเปอร์มาร์เก็ตราคาประหยัดกับซ่งเค่อหนิงเพื่อซื้อผักไว้กินวันรุ่งขึ้นผุดขึ้นมาในหัว
เธอมักจะเผลอมองป้ายราคาลิ้นจี่ องุ่นไร้เมล็ด บลูเบอร์รี และทุเรียนอยู่นานเป็นพิเศษ
พี่หม่าวางเอกสารลงบนกล่องกระดาษข้างตัว “พวกนายรอก่อน ฝ่ายเอกสารกำลังพิมพ์ฉลากอยู่ พอพิมพ์เสร็จก็เริ่มขนของลงได้”
ฉลากที่ว่าก็คือกระดาษเอห้าหนึ่งแผ่น พิมพ์ชื่อสินค้า แหล่งผลิต ล็อต วันที่รับสินค้า น้ำหนักสุทธิต่อลัง จำนวน และชื่อลูกค้าเอาไว้
ตอนซ่งเค่อหนิงเอาฉลากมาให้ รถห้องเย็นขนาดเจ็ดเมตรหกสิบที่มาจากยูนนานก็ถอยเข้าช่องรับสินค้าเบอร์หกพอดี
ลู่จืออวี้กับลุงโจวยืนรออยู่ริมช่องรับสินค้า ซ่งเค่อหนิงเดินเข้าไปยื่นเอกสารกับฉลากให้ลุงโจว
