เพราะกู้ไหว๋เฉินทำตัวไม่มีปี่มีขลุ่ย หลินโยวหนิงจึงไม่สนใจเขาอีก และไม่ได้เป็นฝ่ายชวนเขาคุยอีกเลย
ผู้ชายคนนี้เป็นอะไรของเขาเนี่ย
หลินโยวหนิงแสร้งทำเป็นยุ่ง แล้วบ่นกับต้วนอิ่งเจินทางวีแชตว่า 【ฉันว่ากู้ไหว๋เฉินต้องมีปัญหาแน่】
ต้วนอิ่งเจิน: 【หา???】
หลินโยวหนิง: 【เมื่อกี้เขาเรียกฉัน】
ต้วนอิ่งเจิน: 【แล้วไงต่อ?】
หลินโยวหนิง: 【แล้วเขาก็บอกว่าไม่มีอะไร】
ต้วนอิ่งเจิน: 【......】
หลินโยวหนิง: 【เธอว่าเขามีปัญหาหรือเปล่า】
ต้วนอิ่งเจิน: 【หรือเขามีเรื่องจะพูดกับเธอ แต่ยังคิดคำพูดไม่ออก?】
หลินโยวหนิงไม่เชื่ออย่างเห็นได้ชัด 【เธอแน่ใจนะว่าบนโลกนี้ยังมีเรื่องที่กู้ไหว๋เฉินต้องคิดทบทวนก่อนถึงจะพูดออกมาได้】
ต้วนอิ่งเจิน: 【......จะบอกว่าไม่มีเลยก็คงเป็นไปไม่ได้มั้ง】
หลินโยวหนิง: 【แต่ตอนอยู่ต่อหน้าฉันนี่นะ】
ต้วนอิ่งเจิน: 【เอ่อ...ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน】
คุยกับต้วนอิ่งเจินอยู่พักหนึ่ง หลินโยวหนิงก็เก็บโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเอือมระอา
พอดีถึงบ้าน
หลินโยวหนิงไม่ได้รอให้คนขับมาเปิดประตูให้ เธอผลักประตูลงจากรถด้วยท่าทางฮึดฮัด แล้วเดินเข้าบ้านไป
กู้ไหว๋เฉินมองแผ่นหลังของเธอที่เดินเข้าบ้านอย่างงุนงง พลางเลิกคิ้วขึ้น เขาไม่รู้เลยว่าหลินโยวหนิงจะโกรธได้เพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้
กู้ไหว๋เฉินแทบไม่เคยใช้เวลาอยู่กับผู้หญิง ส่วนผู้หญิงในบ้านไม่นับ
เพราะอย่างนั้น เขาจึงไม่รู้ว่าผู้หญิงโกรธง่ายเพียงใด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่เรื่องเล็ก หรือเรื่องจุกจิกไร้สาระก็ตาม
กู้ไหว๋เฉินเดินเข้าบ้านอย่างเชื่องช้า ลุงลี่เดินเข้ามาต้อนรับ “คุณชาย” กู้ไหว๋เฉินตอบ “ครับ?”
