หลินโยวหนิงคิดไม่ตกจริง ๆ ว่าเจี้ยนเฉิงเป็นบ้าอะไรขึ้นมา
คำพูดที่เธอพูดวันนั้นที่ห้างยังไม่ชัดเจนพออีกหรือ หรือเขาคิดว่าเธอชอบเขากันแน่
ในใจหลินโยวหนิงมีคำด่านับหมื่นที่อยากระบายออกมา เธอมองข้อความที่เจี้ยนเฉิงส่งมาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ก่อนหันไปหากู้ไหว๋เฉิน “คุณช่วยบล็อกเขาให้หน่อยได้ไหม”
กู้ไหว๋เฉินเลิกคิ้ว “แน่ใจนะ”
“แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์” หลินโยวหนิงพูด “ครั้งก่อนฉันลืมบล็อกเขาไป”
เมื่อสบกับดวงตาลึกล้ำที่กู้ไหว๋เฉินทอดมองลงมา หลินโยวหนิงแทบจะยกมือสาบานว่าเธอกับเจี้ยนเฉิงไม่มีความสัมพันธ์อะไรกันจริง ๆ
เธอไม่อยากเพิ่งแต่งงานได้ไม่นานก็เกิดความเข้าใจผิดกับสามีตัวเอง
ถึงการแต่งงานนี้จะเป็นแค่การแต่งงานจอมปลอมก็เถอะ
แต่สิ่งที่หลินโยวหนิงเห็นมาตั้งแต่เด็กสอนให้เธอรู้ว่า มีอะไรก็ควรพูดกันตรง ๆ เธอไม่ชอบเก็บเรื่องต่าง ๆ ไว้ในใจ เพราะกลัวว่าความขัดแย้งจะสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ
ข้อเรียกร้องเพียงข้อเดียวที่เธอมีตอนแต่งงานกับกู้ไหว๋เฉินก็คือ หวังว่าเขาจะซื่อสัตย์ต่อการแต่งงานครั้งนี้
ถ้าวันไหนเขาเจอคนที่ชอบ ก็ให้บอกเธอตรง ๆ เธอจะไม่ยื้อเขา และจะปล่อยมืออย่างใจกว้าง
ในเมื่อเรียกร้องให้กู้ไหว๋เฉินทำเช่นนั้น เธอเองก็จะซื่อสัตย์ต่อเขาเช่นกัน
เมื่อได้ยินหลินโยวหนิงพูดเช่นนั้น กู้ไหว๋เฉินก็หลุบตาลง มองดวงตาคู่สวยที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นของเธอ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย “คุณจัดการเองเถอะ”
หลินโยวหนิง “……”
กู้ไหว๋เฉินทิ้งคำพูดนั้นไว้ ก่อนเดินเข้าห้องน้ำไป
หลินโยวหนิงกะพริบตาเบา ๆ อดคิดไม่ได้ว่า...เขาคงไม่ได้โกรธหรอกมั้ง
น่าจะไม่โกรธหรอก
แม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจกู้ไหว๋เฉินนัก แต่สัญชาตญาณบอกหลินโยวหนิงว่าท่าทีเมื่อครู่ของเขาไม่ได้เหมือนคนกำลังโกรธ
