ในสายตาของกู้ไหว๋เฉิน หลินโยวหนิงเป็นตัวของเธอเองก่อน ส่วนการเป็นภรรยาของเขาเป็นเรื่องรองลงมา
แต่เมื่อคำพูดนี้เข้าหูคนอื่น ความหมายกลับเปลี่ยนไป ราวกับไม่ใช่สิ่งที่กู้ไหว๋เฉินตั้งใจจะสื่อ
กู้ไหว๋เฉินไม่ทันสังเกตสายตาที่คนอื่นส่งให้กัน หลินโยวหนิงก็เช่นกัน
เหยียนเช่าเป็นคนแรกที่ได้สติ เขาทักทายหลินโยวหนิงด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก “คุณหลิน”
หลินโยวหนิงตอบ “คุณเหยียน”
หลังทักทายคนในห้องส่วนตัวกันพอเป็นพิธี ทุกคนก็เริ่มรับประทานอาหาร
เพราะรอพวกเขาสองคนอยู่ ทุกคนจึงยังไม่ได้แตะอาหารเลย
“ลองชิมฝีมือเชฟของเจียหยวนดูสิ” กู้ไหว๋เฉินพูดพลางนั่งลงข้างหลินโยวหนิง
หลินโยวหนิงขานรับเบา ๆ ท่าทีเย็นชา
กู้ไหว๋เฉินไม่ใส่ใจ แต่คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
อิ้นจิ้นส่งสายตาถามกู้ไหว๋เฉินว่าเกิดอะไรขึ้น
กู้ไหว๋เฉินไม่สนใจ
มื้อนี้ทุกคนต่างมีเรื่องให้คิดในใจ
แต่เจ้าตัวทั้งสองกลับไม่ทันสังเกต
หลังรับประทานอาหารเสร็จ อิ้นจิ้นเสนอให้เล่นบิลเลียด
ในห้องส่วนตัวมีโต๊ะพูลอยู่แล้ว พวกผู้ชายจึงเล่นด้วยกันได้
หลินโยวหนิงไม่สนใจ เธอเดินไปนั่งพักบนโซฟาด้านข้าง เสี่ยวฮวน สาวที่อิ้นจิ้นพามาด้วย เดินเข้ามาคุยเป็นเพื่อน “รู้สึกเบื่อมากใช่ไหมคะ”
หลินโยวหนิงมองเธอ “ก็ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ”
เธอมองอีกฝ่าย “คุณเป็นแฟนคุณอิ้นหรือคะ”
เสี่ยวฮวนตอบ “ไม่ใช่ค่ะ” ก่อนจะยิ้มแล้วเสริมว่า “ฉันเป็นแค่เพื่อนผู้หญิงที่เขาพามาด้วยค่ะ”
หลินโยวหนิงเข้าใจทันที ผู้ชายส่วนใหญ่ในแวดวงนี้มีเพื่อนผู้หญิงที่พามาด้วยไม่ซ้ำหน้า
