ยังไม่ทันที่อิ้นจิ้นจะได้คิดอะไรต่อ กู้ไหว๋เฉินก็เดินมาถึงฝั่งที่หลินโยวหนิงกับคนอื่น ๆ ยืนอยู่แล้ว
พอเห็นเขาปรากฏตัว ทุกคนก็พร้อมใจกันขยับถอยหลังไปสองก้าว “ประธานกู้”
กู้ไหว๋เฉินไม่ทักใคร เขาก้มมองนาฬิกาข้อมือแล้วถามหลินโยวหนิงว่า “คิดจะกลับบ้านเมื่อไหร่”
หลินโยวหนิง “……”
คนรอบข้างพากันเงี่ยหูฟัง แลกเปลี่ยนสายตากันไปมา
หลินโยวหนิงชะงักไป แล้วถามอย่างสงสัยว่า “บ้านเรามีกำหนดเวลาเข้าบ้านด้วยเหรอ”
กู้ไหว๋เฉิน “ไม่มี”
หลินโยวหนิงอ้อเสียงหนึ่ง แล้วพูดโดยไม่ได้คิดอะไรมาก “งั้นเล่นต่ออีกสักพักแล้วกัน”
พอเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของกู้ไหว๋เฉิน หลินโยวหนิงก็กลอกตาคิด ก่อนจะเป็นฝ่ายถามขึ้นว่า “ดื่มไหม ฉันว่าที่นี่เหล้าก็พอใช้ได้นะ”
“……”
กู้ไหว๋เฉินจ้องเธออยู่ครู่หนึ่ง ขณะที่คนอื่น ๆ กำลังคิดว่าเขาคงจะโมโหหรือไม่ก็เดินจากไป เขากลับนั่งลงข้างหลินโยวหนิง “ชอบดื่มเหล้าเหรอ”
“ก็เฉย ๆ” หลินโยวหนิงตอบ “ถ้ารสชาติดีก็ชอบ”
จริง ๆ แล้วเธอชอบน้ำผลไม้มากกว่าเหล้าเสียอีก
แต่น้ำผลไม้ทำให้อ้วน เพื่อรักษารูปร่างอันงดงามไว้ หลินโยวหนิงจึงดื่มเพียงนิดหน่อยเวลาอยากกินของอร่อย นอกนั้นก็อดใจไว้ได้เสมอ
ได้ยินเช่นนั้น กู้ไหว๋เฉินก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “แก้วไหนอร่อย”
หลินโยวหนิง “แก้วรสองุ่นนี่ค่ะ”
กู้ไหว๋เฉิน “……”
เขามองเหล้าสีสันฉูดฉาดที่เธอยื่นมาให้ คิ้วขมวดเล็กน้อย “แน่ใจนะว่าอร่อย”
“แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์” หลินโยวหนิงพึมพำ “คุณไม่ชอบเหรอ”
กู้ไหว๋เฉินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนก้มตามองเธออยู่ครู่หนึ่ง น้ำเสียงทุ้มต่ำลง “งั้นขอลองดู”
เขาแหงนหน้าดื่มเหล้าที่หลินโยวหนิงแนะนำจนหมดแก้ว
