ตูม!
พลังอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งพลันกดทับลงบนแผ่นหลังของเซี่ยอี้ นับตั้งแต่เขาข้ามมายังโลกแห่งนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ตกอยู่ในอันตรายถึงเพียงนี้
แม้รากฐานแห่งวิถีของเขาจะมั่นคงแน่นหนาเพียงใด แต่ช่องว่างระหว่างเขากับบุรุษผมทองผู้นี้ก็กว้างใหญ่เกินไป
“พรวด!” เซี่ยอี้กระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง
ทว่าในเวลาเดียวกัน สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือพลังจิตสายหนึ่ง
ในห้วงความคิดของเซี่ยอี้พลันปรากฏร่างคนตัวเล็กนับไม่ถ้วน พวกมันส่งเสียงต่าง ๆ นานากล่าวกับเขาว่า “คุกเข่าลงเสีย! ยอมจำนนเสีย! เบื้องหน้าพลังอันเด็ดขาด ความดื้อรั้นไร้ค่าแม้แต่แดงเดียว!”
หากมิใช่เพราะวิญญาณของเขาเคยผ่านการขัดเกลาในขวดใบเล็ก การโจมตีทางจิตนี้คงทำให้เขาหมอบกราบแทบเท้าบุรุษผมทองไปแล้ว
แต่เมื่อเซี่ยอี้เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ดวงตาทั้งสองกลับแจ่มใสกระจ่าง
แววตาแน่วแน่เจือความโกรธเกรี้ยว
เขากับคนเหล่านี้ไม่เคยมีความแค้นต่อกัน ซ้ำยังอาจเคยมีบุญคุณต่ออีกฝ่ายด้วยซ้ำ แต่พวกเขากลับลงมือกันง่าย ๆ เช่นนี้!
โลกนี้ยังมีเหตุผลอยู่หรือไม่?
พลังต่างหากคือสัจธรรม
บุรุษผมทองเห็นเซี่ยอี้ไม่ยอมคุกเข่า จึงอดประหลาดใจไม่ได้
เมื่อครู่พลังสะกดข่มที่เขาปลดปล่อยได้ด้วยสายตานั้นมีจำกัด แต่เขายังใช้วิธีอันทรงพลังชนิดหนึ่งที่สะกดพลังจิตได้
ในสายตาเขา มดปลวกตรงหน้านี้ต่อให้ฝืนทนพลังสะกดข่มจนตัวตาย ก็ไม่มีทางต้านทานการโจมตีทางจิตได้
ใครจะคิดว่าอีกฝ่ายกลับไม่เป็นอะไรเลย
“มดปลวกตัวนี้น่าสนใจอยู่บ้าง...” เขาเลียริมฝีปาก สายตาเปี่ยมความอยากรู้อยากเห็นพลางพินิจเซี่ยอี้
“พวกคนชั่ว!”
เซี่ยเฉวียนพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว แม้นางเพิ่งอายุเก้าขวบ แต่ก็รู้ความแล้ว
นางมองออกว่าคนเหล่านี้มาหานาง
นางตะโกนเสียงดังว่า “คนที่พวกท่านตามหาคือข้า อย่าทำร้ายพี่ชายข้าเลย!”
