บนยอดภูเขาหงหยา มีผู้คนมากกว่าพันคน
ส่วนใหญ่เป็นบ่าวและคนงานจากเหมือง คนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ถูกใช้เป็นเหยื่อล่อให้รับคมอาวุธ จึงถูกขับไล่ขึ้นสนามรบเป็นกลุ่มแรก
พวกเขากวัดแกว่งดาบและทวน พุ่งทะยานเข้ามาราวคลื่น
กระบี่เพลิงวิญญาณในมือเซี่ยอี้ฟาดฟันออกไปอย่างฉับพลัน เขาใช้เคล็ดวิชาบางส่วนจากมหานิทราประหารเซียน เพียงเห็นแสงกระบี่ขนาดมหึมายาวหลายสิบเมตรพุ่งออกจากตัวกระบี่
ตูม!
แสงกระบี่ฟาดลงอย่างเกรี้ยวกราด ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนบนแนวโจมตีนั้นถูกสังหารด้วยกระบี่เดียว เปลวเพลิงวิญญาณลุกโชนต่อเนื่องเป็นแนวยาว เพียงสัมผัสก็ลุกไหม้
กระบี่ในมือเซี่ยอี้พลันเปลี่ยนท่วงท่า จากฟาดฟันกลายเป็นกวาดขวาง แสงกระบี่กวาดผ่านดุจใบพัด ภายในรัศมีหลายสิบเมตรแปรเปลี่ยนเป็นนรกบนดิน ผู้คนกว่าร้อยถูกฟันขาดกลางลำตัวในชั่วพริบตา
แขนขาที่ขาดกระจาย เลือดนองเต็มพื้น หลายคนร่างท่อนบนกับท่อนล่างแยกจากกัน แต่ยังไม่สิ้นใจในทันที ได้แต่กลิ้งไปมาด้วยความทุกข์ทรมาน ภาพชวนสังเวชยิ่งนัก
บ่าวและคนงานเหมืองจากตระกูลต่าง ๆ ต่างหวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ แม้รู้ดีว่าตนเป็นเพียงเหยื่อล่อให้รับคมอาวุธ แต่ก็ไม่มีใครกล้าบุกเข้าไปอีก
นี่มันเทพสังหารชัด ๆ!
เทพสังหารชุดขาว!
“โอหังนัก!” ประมุขตระกูลและผู้อาวุโสหลายสิบคนที่อยู่ในเหตุการณ์ตะโกนพร้อมกัน “ลงมือพร้อมกัน!”
พวกเขารู้ดีว่า ต่อให้ผู้ฝึกยุทธ์มีจำนวนมากเพียงใด ก็ไร้ประโยชน์ต่อหน้าอำนาจและฝีมือของเซี่ยอี้ กุญแจสำคัญยังอยู่ที่การให้ผู้บำเพ็ญอย่างพวกตนลงมือ
ผู้บำเพ็ญหลายสิบคนต่างเรียกอาวุธออกมา ฟาดฟันสังหารสุดกำลัง!
“ลูกอกตัญญู! ตายเสีย!” ดวงตาของเซี่ยอวิ๋นเซียวเต็มไปด้วยความอำมหิต
บนเนินเขาที่อยู่ไม่ไกล แม่ทัพกององครักษ์ค่ายกลางทอดถอนใจ “สองหมัดยากจะต้านสี่มือ ต่อให้เซี่ยอี้ห้าวหาญเพียงใด เมื่อต้องรับมือกับคนมากมายที่รุมล้อม ก็มีแต่ทางตาย เจ้าเมือง พวกเราจะลงมือเมื่อใด?”
