เซี่ยอวิ๋นเซียวถอนหายใจ “อายุปูนนี้แล้วเพิ่งเข้าสู่ภูมิบ่อวิญญาณ เกรงว่าสำนักบำเพ็ญคงไม่รับข้าแล้ว จะให้ทำอย่างไรได้เล่า ก็เป็นผู้บำเพ็ญอิสระอยู่ที่บ้านไปแล้วกัน”
“ผู้บำเพ็ญอิสระนั้นไม่ง่ายเลย!” เจ้าเมืองหลิวทอดถอนใจยาว
ตัวเขาเองก็เป็นผู้บำเพ็ญอิสระ จึงเข้าใจดีว่าการไร้สำนักบำเพ็ญหนุนหลังนั้นยากลำบากเพียงใด ทุกสิ่งต้องพึ่งพาตนเองทั้งสิ้น!
การขาดแคลนสมุนไพรวิญญาณและโอสถยังเป็นเรื่องรอง สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่มีเคล็ดวิชาบำเพ็ญที่เหมาะสม!
นี่คือปัญหาที่ผู้บำเพ็ญอิสระทุกคนต้องเผชิญ
เซี่ยอวิ๋นเซียวเองก็ทอดถอนใจ “ท่านเจ้าเมืองกล่าวได้ถูกต้อง ผู้บำเพ็ญอิสระไร้การสืบทอดวิถีเต๋า การบำเพ็ญจึงไม่ง่าย เมื่อเข้าสู่ภูมิบ่อวิญญาณ ก็เท่ากับก้าวเท้าข้างหนึ่งเข้าสู่ประตูแห่งการบำเพ็ญแล้ว จำต้องมีเคล็ดวิชาพื้นฐานที่ใช้ได้ตั้งแต่ต้นจนจึงจะดี”
เจ้าเมืองหลิวยิ้มกล่าว “เซี่ยหยางในตระกูลของเจ้ามิได้เข้าสำนักเหยียนหยางหรอกหรือ เกรงว่าคงได้รับเคล็ดวิชาอันล้ำเลิศจากสำนักเหยียนหยางแล้วกระมัง?”
“ข้าจะกล้าหรือ!” เซี่ยอวิ๋นเซียวหน้าถอดสีด้วยความตกใจ “สำนักบำเพ็ญเข้มงวดกับเคล็ดวิชาพื้นฐานยิ่งนัก ท่านเจ้าเมืองพูดเช่นนี้ คิดจะให้ตระกูลเซี่ยถูกล้างตระกูลหรือไร!”
“ไหนเลยจะร้ายแรงอย่างที่เจ้าว่า” เจ้าเมืองหลิวหัวเราะลั่น ก่อนกล่าวต่อ “แน่นอนว่าเคล็ดวิชาพื้นฐานเฉพาะของสำนักย่อมไม่สะดวกเผยแพร่ภายนอก แต่ในเมื่อเซี่ยหยางเข้าสำนักบำเพ็ญแล้ว โอกาสที่จะได้สัมผัสเคล็ดวิชาเหล่านี้ก็มีไม่น้อย หากเขาช่วยติดต่อซื้อเคล็ดวิชาพื้นฐานที่เหมาะกับเจ้าได้สักชุด ก็นับว่าเป็นเรื่องดี”
“ไม่ ไม่ เขาเพิ่งไปได้ไม่กี่ปี ข้าไม่อยากเป็นภาระให้เขา” เซี่ยอวิ๋นเซียวโบกมือปฏิเสธข้อเสนอนี้อีกครั้ง
เจ้าเมืองหลิวขยับคิ้วเล็กน้อย ราวกับเข้าใจเรื่องราวแล้ว จึงยิ้มกล่าว “พูดไปแล้ว ตระกูลเซี่ยก็เป็นตระกูลที่มีการสืบทอดมาไม่น้อย แม้ผู้อาวุโสหลายท่านของตระกูลเซี่ยจะไม่ปรากฏตัวต่อโลกภายนอก แต่ก็คงทิ้งเคล็ดวิชาประจำตระกูลไว้บ้าง น้องเซียวอวิ๋นบำเพ็ญด้วยเคล็ดวิชาของตระกูลตนเองก็พอแล้ว”
