ขับไล่ออกจากตระกูล ตัดขาดความสัมพันธ์
เมื่อพ่อบ้านใหญ่ได้ยินความหมายของเซี่ยอวิ๋นเซียว ก็อดตกตะลึงไม่ได้ ต้องรู้ก่อนว่าเซี่ยอี้เป็นบุตรแท้ ๆ ของเซี่ยอวิ๋นเซียว!
พ่อบ้านใหญ่เกลี้ยกล่อมว่า “นายท่าน คุณชายอี้เป็นสายเลือดแท้ ๆ ของท่าน อีกทั้งยังสร้างคุณูปการใหญ่หลวงแก่ตระกูลเซี่ย...”
“กระทำการโหดเหี้ยม ทารุณไร้ขอบเขต ใครจะรู้ว่าเขาถูกตัวเหลืองหรือตัวขาวอะไรเข้าสิง!” เซี่ยอวิ๋นเซียวแค่นเสียงตัดบท ก่อนกล่าวต่อว่า “เห็นแก่ที่เขาเคยสร้างคุณูปการให้ตระกูลเซี่ยอยู่บ้าง หาไม่แล้วข้าคงหักขาเขาไปเสีย! กำหนดให้พวกเขาไสหัวออกจากตระกูลเซี่ยก่อนบ่ายนี้!”
“ขอรับ” พ่อบ้านใหญ่ถอนหายใจ แล้วหมุนกายจากไป
เซี่ยอวิ๋นเซียวมองส่งพ่อบ้านใหญ่จากไป ก่อนยืนอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าคร่ำเคร่ง สุดท้ายก็ด่าคำหนึ่งว่า “เดรัจฉาน!” แล้วจึงหันกลับเข้าไปในโถงงานเลี้ยง
เรื่องที่เกิดขึ้นในเรือนหลังของตระกูลเซี่ยยากจะปิดเป็นความลับ
โดยเฉพาะตระกูลสวี่ที่วางสายลับไว้ในตระกูลเซี่ยมานานแล้ว ขณะที่ประมุขตระกูลสวี่ยังกินดื่มอยู่ ก็มีคนเข้ามากระซิบรายงานเรื่องราวทั้งหมดข้างหู
“เป็นเช่นนี้เอง!” ประมุขตระกูลสวี่ไว้หนวดสั้นสีดำ ท่าทางดุดัน ใบหน้าเหี้ยมเกรียม จนผู้คนเรียกขานเขาว่า “พยัคฆ์สวี่”
ปีนั้นเซี่ยอี้ชิงอำนาจทำเหมืองของภูเขาหงหยาที่สืบทอดมานานนับร้อยปีไป ไม่เพียงเท่านั้น สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือเขาสังหารสวี่ซวิน อัจฉริยะรุ่นเยาว์แห่งตระกูลสวี่!
เมื่อไร้สวี่ซวิน คนรุ่นนี้ของตระกูลสวี่ก็ไม่มีใครได้เข้าสำนักบำเพ็ญเพียรแม้แต่คนเดียว พวกเขาจึงเกลียดเซี่ยอี้เข้ากระดูกดำ
เมื่อได้ยินว่าตระกูลเซี่ยจะตัดขาดกับเซี่ยอี้ เขาก็ดีใจอย่างยิ่ง
แต่พยัคฆ์สวี่ไม่กล้าเสี่ยง
เซี่ยอวิ๋นเซียวเพิ่งเข้าสู่ภูมิบ่อวิญญาณ พลังปราณกำลังแข็งแกร่ง ทั้งยังอยู่ในช่วงสังหารคนเพื่อสั่งสมบารมี พยัคฆ์สวี่จึงไม่กล้าทำอะไรผลีผลาม
