เซี่ยอวิ๋นเซียวเปลี่ยนท่าที หันมาเกลี้ยกล่อมด้วยถ้อยคำอ่อนหวานเช่นนี้
อิวหลินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่สมเหตุสมผล พอคิดอีกทีก็เข้าใจว่าเขาคงหมายตาความสามารถและเคล็ดวิชาของเซี่ยอี้
นางยิ่งผิดหวังในตัวเซี่ยอวิ๋นเซียวมากขึ้น
เป็นไปตามคาด เมื่ออิวหลินเปิดโปงจุดประสงค์ที่แท้จริง เซี่ยอวิ๋นเซียวก็โกรธจนหน้าแดงด้วยความอับอาย
“อิวหลิน ข้าหมายตาเคล็ดวิชาของอี้เอ๋อร์จริง แต่เจ้ารู้หรือไม่ว่าตระกูลทั้งหมดในเมืองหลิวจิงต่างเคลื่อนไหวกันแล้ว ผู้อาวุโสของแต่ละตระกูลก็ออกจากสถานที่ปิดด่านกันหมด อี้เอ๋อร์ต่อให้มีปีกก็หนีไม่พ้น!”
“อย่างไรข้าก็เป็นบิดาของอี้เอ๋อร์ ข้าไม่มีทางทำร้ายเขา”
“หากเขาตกอยู่ในมือข้า ขอเพียงยอมส่งมอบเคล็ดวิชาแต่โดยดี ข้าจะรับรองให้เขาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไปตลอดชีวิต มิฉะนั้น หากตกไปอยู่ในมือคนอื่น เขาต้องอยู่ไม่สู้ตายแน่!”
อิวหลินมองเซี่ยอวิ๋นเซียวที่ทั้งข่มขู่ทั้งปลอบประโลม แล้วแค่นหัวเราะ “เช่นนั้นแม่ลูกอย่างพวกข้ายังต้องขอบคุณเจ้าด้วยหรือ?”
“ไม่ใช่!” เซี่ยอวิ๋นเซียวขยับเข้าใกล้ม่านแสง มองอิวหลินแล้วกล่าวว่า “อิวหลิน ข้ารู้ว่าหลายปีมานี้ข้าติดค้างเจ้าอยู่มาก แต่ข้าก็ไม่มีทางเลือก ข้าเอาแต่ฝึกฝนทุกวัน ครั้งนี้เมื่อกลับไป ข้ารับรองว่าจะยกฐานะเจ้าเป็นฮูหยินเอก จะไม่ปล่อยให้เจ้าถูกทอดทิ้งอีก ส่วนแผลเป็นบนใบหน้า ข้าจะฝากคนออกไปตามหายาวิญญาณ...”
“ไม่ต้องให้เจ้าลำบากแล้ว ใบหน้าข้ารักษาหายดีแล้ว”
อิวหลินกล่าวจบก็ฉีกผ้าขาวที่ปิดใบหน้าออกทันที!
หลายปีมานี้นางทนรับความอัปยศมามากพอแล้ว นางจะทำให้เซี่ยอวิ๋นเซียวเสียใจอย่างสุดซึ้ง ครั้งหนึ่งนางก็เคยเป็นคนหยิ่งทะนงเพียงใด
“อะไรนะ?” เซี่ยอวิ๋นเซียวมองใบหน้างดงามตรงหน้าอย่างตื่นตะลึง
แม้เวลาจะผ่านไปกว่ายี่สิบปี ความงามของอิวหลินก็ยังไม่เลือนหาย ใบหน้าขาวผ่องเกลี้ยงเกลา ดวงตากลมโตเป็นประกาย คิ้วเรียวงามดุจขุนเขา ริมฝีปากอิ่มราวกลีบดอกไม้
