ปะ ปะ ปะ ปะ ปะ ปะ… ปัง ปัง ปัง…
จุดยิงตามแนวกำแพงและบนดาดฟ้าของสำนักงานใหญ่บริษัทต่างระดมยิงไม่หยุด
ศัตรูมีจำนวนมาก อย่างน้อยก็เป็นร้อยคน
พวกมันฉวยโอกาสบุกโจมตีตอนกลางคืน รอบข้างมืดสนิท ทำได้เพียงอาศัยแสงวาบจากปากกระบอกปืนของศัตรูเพื่อกะตำแหน่งคร่าว ๆ
ยังดีที่ถนนไม่กว้างนัก
ถ้าไม่ต้องกังวลเรื่องกระสุน ก็ยังพอรับมือไหว
บนดาดฟ้า เหยาผิงอันสกัดการบุกระลอกใหญ่ไว้ได้แล้วสองครั้ง ส่วนหลี่เสี่ยงก็มาถึงตอนที่ซองกระสุนอันที่สามของเขายิงจนเกลี้ยงพอดี
ปะ ปะ ปะ ปะ ปะ ปะ ปะ ปะ…
กระสุนชุดสั้น ๆ ยิงต่อเนื่องพุ่งเข้าใส่ช่องโหว่ ศัตรูถูกปืนกลกวาดล้มลงไม่ขาดสาย
“เปลี่ยนกระสุน!”
อามู่ตะโกนลั่น เหยาผิงอันพลันหันหลังวิ่งไปหาเขา
ระหว่างทางเหยาผิงอันเปลี่ยนซองกระสุนของเอชเค 417 อย่างรวดเร็ว พอไปถึงที่หมาย ปืนกลอเนกประสงค์ในมืออามู่ก็หยุดยิงพอดี
ปัง ปัง ปัง…
เสียงปืนยิงเร็วข่มศัตรูที่โผล่หัวให้ถอยกลับไป เหยาผิงอันจึงหยุดวิ่ง เล็งปากกระบอกไปยังช่องโหว่ เตรียมยิงทันทีที่ศัตรูโผล่มาอีกครั้ง
ฉวยจังหวะนั้น อามู่ก็เปลี่ยนกล่องกระสุน เหงื่อท่วมศีรษะ
“อามู่ ตั้งสติไว้!”
เสียงตวาดต่ำ ๆ ทำให้มือที่สั่นของอามู่ชะงัก สมองของเขาค่อย ๆ กลับมาปลอดโปร่ง
เมื่อครู่เขาระดมยิงจนอะดรีนาลีนพุ่งสูง พอยิงกระสุนในกล่อง 150 นัดหมดถึงเพิ่งรู้ตัวว่ามือทั้งสองข้างกำลังสั่นโดยไม่รู้ตัว
เสียงตวาดของเหยาผิงอันทำให้อามู่ตั้งมือให้มั่นคง เขาติดตั้งกล่องกระสุนให้เข้าที่ แล้วหยิบสายกระสุนออกมาใส่เข้าไปในรังเพลิง
แปะ
กดแผ่นกดกระสุนลงจนล็อก จากนั้นกระชากลูกเลื่อนอย่างแรง อามู่ก็หันปากกระบอกกลับไปยังช่องโหว่
