หลังประกาศยกเลิกการเตือนภัย เหยาผิงอันที่สูบบุหรี่เสร็จแล้วก็กลับไปยังเพิงบังแดดที่คลุมด้วยตาข่ายพรางตรงประตู แล้วเล่นไพ่กับเหลียวซิ่วเจี๋ยและคนอื่น ๆ ที่กลับมา
ส่วนคนที่ไม่มีอะไรทำก็ยืนล้อมดูอยู่รอบ ๆ ขณะที่ไฉเส้าหมิงไปหาจูฉู่หมิงเพื่อรายงานสถานการณ์
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วถึงสองเดือน
ระหว่างนั้น เหยาผิงอันได้รับโอกาสโทรศัพท์กลับบ้านสองครั้ง
โทรศัพท์ที่ใช้เป็นโทรศัพท์ดาวเทียมของโรงงาน พนักงานแต่ละคนมีเวลาคุยได้มากที่สุดคนละครึ่งชั่วโมง
เวลาสองเดือนก็เพียงพอให้เหยาผิงอันและคนอื่น ๆ ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้แล้ว
ดังนั้น ภารกิจของพวกเขาจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเข้าเวรยามอีกต่อไป แต่ต้องสลับกันออกไปทำหน้าที่คุ้มกันขบวนขนส่งด้วย
ภารกิจคุ้มกันขบวนของโรงงานมีอย่างเดียว คือขนส่งเสบียงไปยังแหล่งน้ำมัน
โดยปกติจะส่งเสบียงเดือนละประมาณสามถึงสี่ครั้ง
ไม่ได้กำหนดวันแน่นอน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คนอื่นจับรูปแบบการเดินทางได้
ไม่ว่าจะเป็นหวังไห่หรือจูฉู่หมิงต่างก็เป็นคนเก่าคนแก่ จึงไม่พลาดเรื่องง่าย ๆ แบบนี้แน่
ถึงอย่างนั้น ขบวนคุ้มกันก็ยังอาจเผชิญหน้ากับกลุ่มติดอาวุธที่เคลื่อนไหวอยู่นอกเมืองได้ อีกทั้งสิ่งของในรถขนส่งก็มีราคา แถมยังเอาไปขายแลกเงินได้ทันทีและขนย้ายได้ง่าย สำหรับหลายคนแล้ว นี่คือขุมทรัพย์ก้อนโต
เพราะงั้นการคุ้มกันแต่ละครั้งจึงอันตรายมาก
ในสถานการณ์แบบนี้ สมาชิกหน่วยรักษาความปลอดภัยอย่างหน่วยสามจะไม่เข้าร่วมภารกิจคุ้มกันเลยย่อมเป็นไปไม่ได้
ส่วนช่วงปรับตัวหนึ่งเดือนนั้นเป็นสิทธิ์ของพนักงานใหม่ทุกคน
