หลังจากหวังไห่พูดเรื่องปรับค่าตอบแทนจบ ทีมสี่คนของเหยาผิงอันก็อยู่ในสถานะพร้อมปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา แม้แต่เวรยามก็จัดให้เฝ้าเฉพาะช่วงกลางวัน และไม่เกิน 8 ชั่วโมง
การจัดแบบนี้ย่อมไม่ยุติธรรม แต่หวังไห่ชี้แจงเหตุผลไว้ตั้งแต่แรกแล้ว จึงไม่มีใครพูดอะไร
หลังจากวันนั้น สถานการณ์ในอัจญ์ดาบิยาก็ค่อย ๆ เลวร้ายลง
สิ่งที่เห็นชัดที่สุดคือ เสียงปืนในเมืองยามค่ำคืนดังถี่ขึ้น
ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นห่างจากบริษัทไปแค่ถนนเดียว
เสียงปืนดังขาด ๆ หาย ๆ อยู่ราวหนึ่งชั่วโมง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทุกคนต่างตื่นตัว เหยาผิงอันพาคนในทีมขึ้นไปเฝ้าบนดาดฟ้าตลอดทั้งคืน ไม่มีใครกล้าประมาทแม้แต่นิดเดียว
ใกล้รุ่ง อามู่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกไปสำรวจทางประตูเล็กด้านข้างในตรอกหลังอาคาร
“มีหน่วยลาดตระเวนถูกโจมตี หน่วยลาดตระเวนเจ็ดคนที่มีทั้งทหารกับตำรวจถูกซุ่มโจมตี ทั้งสองฝ่ายมีคนบาดเจ็บล้มตาย ตอนฉันไปดู ศพยังไม่ได้ย้ายออกไป”
“ได้ยินว่าชาวบ้านละแวกนั้นก็บาดเจ็บสองคน ตายหนึ่งคน”
เมื่อได้ฟังข่าวที่อามู่ไปสืบมา สีหน้าของทั้งหวังไห่และเหยาผิงอันต่างเคร่งเครียด
หวังไห่สบตาอีกฝ่าย ก่อนบอกให้อามู่กลับไป แล้วหันมาพูดกับเหยาผิงอันว่า “ท่าเรือบูเรกากับอัจญ์ดาบิยาอยู่ติดกัน ตอนนี้ทั้งสองแห่งก็วุ่นวายไม่สงบ สถานทูตแจ้งมาว่ากองทัพในซูลุกกับไกมินิสที่อยู่ใกล้ ๆ ก็มีการเคลื่อนไหว”
เหยาผิงอันนึกถึงแผนที่ลิเบียแล้วพูดอย่างประหลาดใจว่า “สองเมืองนี้เป็นจุดเชื่อมระหว่างที่นี่กับเบงกาซีเลยนะ”
“การเคลื่อนกำลังพลของทั้งสองแห่งอาจกระทบแผนถอนกำลังของเราไปเบงกาซี”
