หลังภารกิจคุ้มกันเมื่อปลายเดือนกันยายน จูฉู่หมิงก็วางใจเหยาผิงอันได้อย่างสนิทใจ
หลังจากนั้นเขาก็ไม่ตามรถไปทำภารกิจคุ้มกันอีก ให้หน่วยสามร่วมกับพนักงานติดอาวุธท้องถิ่นที่ดึงตัวมาช่วยกันทำแทน
พนักงานท้องถิ่นเป็นสิ่งจำเป็น ถึงอย่างไรที่นี่ก็เป็นถิ่นของพวกเขา แถมเรื่องภาษาเองก็เป็นปัญหา พนักงานติดอาวุธท้องถิ่นที่จัดให้ร่วมขบวนรถ อย่างน้อยก็พูดภาษาอังกฤษได้
ถึงขั้นมีอยู่สองคนที่พูดภาษาจีนได้ด้วย
การสื่อสารจึงสะดวกมาก
ในบรรดาคนเหล่านั้น “อามู่” ซึ่งร่วมปฏิบัติภารกิจกับหน่วยสามเป็นประจำก็พูดภาษาจีนได้ แถมยังพูดคล่องมาก ทั้งเข้าใจความหมายและอธิบายได้ตรงประเด็น
เหยาผิงอันให้ความสำคัญกับคนเก่งแบบนี้มาก
เขาใช้บุหรี่หนึ่งซองดึงอามู่มาอยู่หน่วยตัวเอง เท่านี้หน่วยสามก็มีพนักงานติดอาวุธท้องถิ่นคนแรก ส่วนหน่วยสองที่อามู่เคยอยู่คงไม่พอใจแน่
แต่ใครใช้ให้เหยาผิงอันมีสูตรโกงล่ะ?
ส่งบุหรี่ดี ๆ ไปให้สองคอต เรื่องนี้ก็จบลงด้วยดี
ถึงอามู่จะย้ายไปหน่วยสาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ช่วยหน่วยสองทำงานเสียหน่อย
ได้บุหรี่ดี ๆ ไปฟรีตั้งสองคอต ยังจะเอาอะไรอีกล่ะ?
……
“อาเจี๋ย เตรียมตัวเสร็จหรือยัง? อามู่รอนานแล้วนะ!”
เหยาผิงอันตะโกนเข้าไปในห้องจากด้านนอกหอพัก
“มาแล้ว ๆ เดี๋ยวนี้แหละ”
เหลียวซิ่วเจี๋ยตะโกนตอบจากในห้อง จากนั้นก็มีเสียงโครมครามดังขึ้น ก่อนประตูจะเปิดออก
เหยาผิงอันมองเหลียวซิ่วเจี๋ยที่แต่งตัวลำลองแล้วยิ้ม “ปืนล่ะ? แล้วก็อย่าลืมเอาเอกสารติดตัวไปด้วย”
“อ้อ จริงด้วย ลืมปืนไปเลย”
เหลียวซิ่วเจี๋ยกลับเข้าไปหยิบปืนไรเฟิลกับเสื้อเกราะยุทธวิธีเคฟลาร์ที่เสียบซองกระสุนไว้เต็ม แล้วโยนเข้าไปในท้ายรถ ทั้งสองคนขึ้นรถออฟโรดเก่า ๆ ของอามู่
พอปิดประตูดังปัง เหยาผิงอันก็ใช้นิ้วดันแว่นกันแดดบนสันจมูก แล้วตะโกนบอกอามู่ “อามู่ ออกเดินทาง! ลุย ๆ ๆ!”
