ผ่านไปครู่หนึ่ง ซิงเอ๋อร์ก็เป็นฝ่ายถามขึ้นก่อนว่า “ของดีหรือ ของดีอะไรหรือ” ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัย
แม้เด็กหญิงตัวน้อยจะช่วยงานบ้านได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นเพียงเด็กหกขวบ เด็กก็คือเด็ก จิตใจยังคงไร้เดียงสา พอได้ยินน้องชายพูดว่า “ของดี” ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
เมื่อสือโถวได้ยินพี่สาวคนรองถาม ก็รีบทำสีหน้าจริงจังแล้วตอบว่า “พวกพี่ยังจำดอกไม้สีม่วงชนิดหนึ่งที่เห็นตอนขึ้นเขาไปเก็บฟืนได้หรือไม่” สือโถวหยุดครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อว่า “ดอกเป็นสีม่วง ใบสัมผัสแล้วมีขนนุ่ม ๆ รากใหญ่โตมาก ขึ้นอยู่ตามที่ร่มเย็นชื้น...”
ยังไม่ทันพูดจบ เถาเอ๋อร์ก็เหมือนจะนึกออกว่าน้องชายพูดถึงอะไร นางขัดขึ้นว่า “ที่เจ้าพูดถึงนั่นไม่ใช่รากหญ้าเน่าหรอกหรือ” แล้วกล่าวราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า “บนเขาแถวบ้านเรามีของแบบนั้นอยู่ทั่วไปไม่ใช่หรือ เจ้าบอกว่ามันเป็นของดีหรือ”
“ของแบบนั้นจะมีค่าอะไร ยังเรียกว่าของดีอีกหรือ” เถาเอ๋อร์ส่ายหน้า
สือโถวมองพี่สาวคนโตแล้วกล่าวว่า “ไม่ใช่... นั่นเป็นยา ทั้งยังใช้เป็นสีย้อมผ้าได้ด้วย ร้านยาและโรงย้อมต่างก็รับซื้อ”
“อะไรนะ ยา สีย้อมหรือ เจ้ารู้ได้อย่างไร” เถาเอ๋อร์มองสือโถวอย่างสงสัย เห็นได้ชัดว่านางไม่ค่อยเชื่อคำพูดของน้องชาย
สือโถวคาดการณ์เรื่องนี้ไว้นานแล้ว เด็กอายุสามขวบกว่าอย่างเขาพูดเรื่องแบบนี้ ใครเล่าจะเชื่อ
