ทางบ้านตระกูลสวีบรรยากาศหม่นหมองสุด ๆ
หวังชุ่ยเหลียนนั่งยอง ๆ อยู่ในลานบ้าน กำลังสับหญ้าหมู
สับราวกับกำลังระบายแค้น มีดทำครัวกระแทกเขียงดังปัง ๆ
สวีเฉ่าเกินนั่งยอง ๆ พิงกำแพงสูบยาเส้น ยาในกล้องยาสูบหมดไปนานแล้ว แต่เขายังคงดูดปุด ๆ อยู่ตรงนั้น
“พูดอะไรสักคำสิ!” หวังชุ่ยเหลียนปักมีดลงบนเขียง “ทั้งวันเอาแต่นั่งเงียบเป็นใบ้!”
สวีเฉ่าเกินไม่ตอบ
“ขาของลูกคนรองเป็นหนองขนาดนั้นแล้ว ถ้าไม่รักษาอีกก็พิการแน่!”
หวังชุ่ยเหลียนขึ้นเสียงเรื่อย ๆ “คิดหาทางหน่อยสิ!”
ในที่สุดสวีเฉ่าเกินก็ขยับปาก “จะให้คิดยังไง? แล้วเงินล่ะ?”
คำพูดประโยคเดียวทำหวังชุ่ยเหลียนพูดไม่ออก
เงิน 30 หยวนที่มี เอาไปลงกับขาของลูกคนรองจนหมดเกลี้ยง ไม่เห็นแม้แต่ผลลัพธ์
ส่วนเงินชดเชยของลูกคนสามก็รวบรวมได้ครบแล้ว แต่เขาแค่ถูกปล่อยออกมาจากห้องเก็บฟืน สภาพมอมแมมกลับบ้าน แล้วก็เอาแต่หลบอยู่ในห้องทั้งวันไม่ยอมออกมา
ลานบ้านเงียบไปพักใหญ่
“พ่อบ้าน” จู่ ๆ หวังชุ่ยเหลียนก็ลดเสียงลง “ว่าแต่…ทางลูกคนโตจะเริ่มทำเรื่องใหญ่ขึ้นมาอีกหรือเปล่า?”
สวีเฉ่าเกินเงยเปลือกตาขึ้น “มีอะไร?”
“ไม่ได้ยินเหรอ?” หวังชุ่ยเหลียนขยับเข้ามาใกล้ “ที่ดินว่างตรงหัวหมู่บ้านฝั่งตะวันออกเริ่มลงมือขุดดินกันอีกแล้ว ได้ยินว่าจะสร้างโรงจอดรถ”
“โรงจอดรถ?” สวีเฉ่าเกินขมวดคิ้ว “สร้างของแบบนั้นไปทำไม?”
