ประตูทางเข้าหอจัดแสดงหมายเลข 1 ของงานแสดงสินค้านำเข้าและส่งออกกว่างโจวถูกผลักเปิดดัง “ครืน” เหล่าพ่อค้าต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาราวกับน้ำที่ทะลักออกจากเขื่อน
กลุ่มแรกที่เดินเข้ามาคือชาวญี่ปุ่นหลายคน พวกเขาสวมสูทสีเทา มีกล้องถ่ายรูปอยู่ในมือ และคล้องบัตรเข้างานแสดงสินค้านำเข้าและส่งออกกว่างโจวไว้ที่คอ
พวกเขาถ่ายรูปกันไม่หยุด เดินเร็วมาก และปกติจะไม่หยุดดูบูธใดบูธหนึ่งนานเกินสามวินาที
กลุ่มที่สองคือชาวยุโรปและอเมริกา รูปร่างสูงใหญ่ จมูกโด่ง และพูดเสียงดังจนได้ยินจากระยะไกล
กลุ่มที่สามคือชาวแอฟริกัน พวกเขาสวมชุดประจำชาติหลากสีสัน ชายแขนเสื้อปลิวไสวขณะเดิน ดูสะดุดตาเป็นพิเศษ
สวีเซิ่งกับเลขาโจวยืนอยู่คนละฝั่งของบูธบีเจ็ด คนหนึ่งอยู่ซ้าย อีกคนอยู่ขวา ราวกับเสาประตูสองต้น
พี่สะใภ้ต้าเหลยนั่งอยู่ข้างโต๊ะสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ กลางบูธ บนโต๊ะวางสะดึงที่ขึงผ้าไหมแท้สีขาวอมฟ้าไว้ มือหนึ่งถือเข็มเงิน ปลายเข็มมีด้ายสีแดงเข้มพาดอยู่
เพิ่งเปิดงานได้สิบนาที หน้าบูธบีเจ็ดก็มีคนมามุงมากกว่ายี่สิบคนแล้ว
“ดูสิ!” หญิงชาวยุโรปผมบลอนด์คนหนึ่งชี้ไปที่ชุดกี่เพ้าบนราวจัดแสดงแล้วพูดว่า “สวยมาก!”
“เป็นงานสามมิติหรือเปล่า?” ชายสวมแว่นข้าง ๆ โน้มตัวเข้ามาดูดอกโบตั๋น ก่อนถามด้วยภาษาจีนที่ไม่ค่อยชัดนัก “ส่วนที่นูนขึ้นมานี่หมายถึงอะไร?”
สวีเซิ่งยิ้มบาง ๆ แล้วใช้มืออธิบาย “งานปักนูน เป็นงานฝีมือดั้งเดิมของจีนครับ”
