หลังจากสมิธเซ็นหนังสือแสดงเจตจำนงเสร็จก็กลับไป โดยบอกว่าจะกลับไปเตรียมสัญญาฉบับจริงก่อน
สวีเซิ่งส่งเขาออกไปแล้วหันกลับมาจะคุยกับเลขาโจว แต่กลับเห็นคนอีกกลุ่มเบียดเข้ามา
คนที่เดินนำหน้าเป็นชายวัยกลางคนอายุราว 40 กว่าปี สวมสูทเรียบร้อย ผมหวีเสยอย่างเนี้ยบด้วยน้ำมันใส่ผม สวมแว่นกรอบทอง
ด้านหลังมีผู้ช่วยตามมาสองคน คนหนึ่งถือกระเป๋าเอกสาร อีกคนอุ้มแฟ้มเอกสาร
“คุณสวี” ชายวัยกลางคนพูดภาษาจีนกลางที่ติดสำเนียงฮ่องกง “ผมชื่อหลินเจี้ยนเย่ ทำงานอยู่ที่ห้างหย่งไท่ในฮ่องกง”
สวีเซิ่งมองใบหน้าอีกฝ่ายอยู่ราวครึ่งวินาที
คนลำดับที่สามในเครือข่ายของกู้เจิ้นหัว
สวีเซิ่งยังไม่ทันได้รอเฉินเจียจวิ้น หลินเจี้ยนเย่ก็มาถึงก่อนแล้ว
แต่สวีเซิ่งรู้จักชื่อหลินเจี้ยนเย่ดี ในบันทึกของกู้เจิ้นหัวมีเขียนไว้ว่า “ทุนฮ่องกง เป็นคนซูโจว ทำแต่เสื้อผ้าสตรีระดับสูง”
“คุณหลิน ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว” สวีเซิ่งจับมือเขา
ทันทีที่หลินเจี้ยนเย่จับมือ สายตาก็หันไปทางราวจัดแสดง
สิ่งที่สะดุดตาเขาไม่ใช่เสื้อผ้าผู้ชาย แต่เป็นเสื้อผ้าผู้หญิง
กี่เพ้าสไตล์เซี่ยงไฮ้ประยุกต์สีขาวนวล ปักนูนลายดอกโบตั๋นสีแดง
“ตัวนี้...” หลินเจี้ยนเย่เดินเข้าไปใกล้ ใช้นิ้วบีบชายกี่เพ้าเบา ๆ แล้วถามว่า “ผ้าไหมแท้ผสมใยสังเคราะห์หรือครับ?”
“ใช่ครับ” สวีเซิ่งตอบ “ไหมแท้ 60% โพลีเอสเตอร์ 40%”
“ปักนูนด้วยมือหรือครับ?”
