สวีเซิ่งอดทอดถอนใจไม่ได้ ข้อแนะนำแต่ละข้อของพ่อตาล้วนเป็นประโยชน์ทั้งนั้น
โดยเฉพาะข้อแรกกับข้อสาม แทบจะชี้ทางสว่างให้เขาเลยทีเดียว
เขาอ่านจนเพลินอยู่พักหนึ่ง ถึงกับปล่อยเลขาโจวให้นั่งรออยู่ข้าง ๆ
เลขาโจวไม่ได้เร่งเร้า เขาอดกวาดตามองเครื่องเรือนรอบตัวไม่ได้ แม้จะเป็นบ้านชนบท แต่ก็สะอาดสะอ้าน เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้อาวุโสกู้ถึงมีลูกเขยเป็นชาวบ้านได้
“สหายสวี” เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เลขาโจวก็วางถ้วยชาลง “ผู้อาวุโสกู้ฝากของมาให้แล้ว ยังมีอีกเรื่องหนึ่งให้ผมทำ”
สวีเซิ่งเงยหน้าขึ้น “เชิญพูดเลยครับ”
“ผู้อาวุโสกู้ให้ผมพักที่นี่สองวัน จะได้ดูธุรกิจของคุณ แล้วกลับไปรายงานเขา”
เลขาโจวพูดอย่างสุภาพ แต่น้ำเสียงแฝงการประเมินอยู่เล็กน้อย
“คุณคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม?”
“พูดอะไรอย่างนั้นครับ เลขาโจวมาเยือน หมู่บ้านดาวแดงของเราถือเป็นเกียรติมากครับ”
สวีเซิ่งรีบพูด “คุณเดินทางมาเหนื่อย ๆ พักในบ้านก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมให้หวยโหรวเตรียมของกินให้”
“ไม่ต้องรีบ” เลขาโจวลุกขึ้น ดึงชายเสื้อชุดจงซานให้เข้าที่ “ผมขอไปดูจุดรับฝากขายกับร้านสหกรณ์ของคุณก่อน ได้ไหม?”
สวีเซิ่งไม่ได้ปฏิเสธ “ได้ครับ งั้นผมพาคุณเดินดู”
ทั้งสองออกจากประตูเรือน มุ่งหน้าไปยังจุดรับฝากขาย
ระหว่างทาง เลขาโจวเดินช้า ๆ เอามือไพล่หลัง ดูเหมือนไม่ใส่ใจ แต่กลับกวาดตามองทุกซอกทุกมุมของหมู่บ้านดาวแดง
เมื่อเดินมาถึงหน้าจุดรับฝากขาย เลขาโจวก็หยุดฝีเท้า
