รุ่งเช้าวันต่อมา ฟ้ายังสลัวอยู่ จ้าวเถียะจู้ก็หอบโทรโข่งเหล็กวิ่งไปใต้ต้นไหวเก่าแก่ตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน
“พี่น้องชาวบ้านทุกคน ฟังทางนี้!” จ้าวเถียะจู้ยกโทรโข่งขึ้นสูง ตะโกนจนสุดเสียง “วันนี้โรงงานเสื้อผ้าหงกวงเปิดทำการอย่างเป็นทางการแล้ว!”
“สหายช่างปักทั้ง 50 คน มารายงานตัวที่โรงงานใหม่ทางตะวันออกของหมู่บ้านตอน 8 โมงเช้า!”
“ใครมาสาย หักเงิน 1 เหมา! สายครึ่งชั่วโมงหัก 5 เหมา! ถ้าสายเป็นชั่วโมง ก็กลับบ้านไปกินหมั่นโถวแห้ง ๆ ได้เลย!”
เสียงตะโกนของจ้าวเถียะจู้ปลุกคนทั้งหมู่บ้านดาวแดงให้ตื่นขึ้นมา
แม้ประตูโรงงานใหม่ทางตะวันออกของหมู่บ้านจะยังมองเห็นไม่ชัด แต่ช่างปักก็เริ่มทยอยมาถึงแล้ว
แต่ละคนสวมเสื้อผ้าที่ดูดีที่สุดของตัวเอง ผมเผ้าหวีเรียบร้อย สีหน้าทั้งตื่นเต้นทั้งประหม่า
พี่สะใภ้ต้าเหลยมาถึงเป็นคนแรก เมื่อคืนเธอตื่นเต้นจนนอนไม่ค่อยหลับ พอฟ้าสางก็ลุกขึ้นมารีดเสื้อผ้าฝ้ายสีน้ำเงินตัวใหม่ที่ใส่ไปไม่กี่ครั้งถึงสองรอบ แล้วชโลมน้ำมันหอมหมื่นลี้ลงบนผมจนเงาวับ
“พี่สะใภ้ต้าเหลย แต่งตัวแบบนี้เหมือนจะไปดูตัวเลยนะ” ป้าหลี่บ้านข้าง ๆ แซว
“เธอจะไปรู้อะไร” พี่สะใภ้ต้าเหลยยืดอกพูด “ฉันเป็นหัวหน้ากลุ่มผลิต ต้องทำตัวให้สมกับตำแหน่งสิ”
พอถึง 8 โมงตรง ช่างปักทั้ง 50 คนก็ยืนเรียงแถวกันอยู่หน้าประตูโรงงาน
“พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคน” สวีเซิ่งกล่าวหน้าประตูโรงงาน “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกคุณคือพนักงานประจำของโรงงานเสื้อผ้าหงกวงแล้ว”
“เงินเดือนพื้นฐาน 30 หยวน ถ้าทำได้ดี เดือนหนึ่งก็รับได้ถึง 50 หยวน”
“แต่...” สวีเซิ่งเปลี่ยนน้ำเสียง “ทำงานแล้วก็ต้องทำให้คุ้มกับเงินที่ได้”
“ทุกเข็ม ทุกเส้นด้าย ห้ามประมาทเด็ดขาด”
“ฉันขอพูดไว้ก่อน ใครกล้าทำงานลวก ๆ อย่าหาว่าฉันไม่ไว้หน้า”
ช่างปักทั้ง 50 คนด้านล่างพยักหน้าพร้อมกัน
