วันรุ่งขึ้น ฟ้ายังไม่สางดี หวังชุ่ยเหลียนก็ลุกขึ้นแล้ว
นางสวมเสื้อบุฝ้ายเก่าขาด ๆ แล้วลากรองเท้าออกวิ่งไปทางปลายหมู่บ้านฝั่งตะวันออกอย่างรีบร้อน
หวังเอ่อร์โกวเป็นน้องชายแท้ ๆ ของนาง อาศัยอยู่ในบ้านดินเหนียวสามห้องที่ปลายหมู่บ้านฝั่งตะวันออก อายุน้อยกว่านางหกปี ปีนี้ก็เกือบห้าสิบแล้ว
เขาขึ้นชื่อเรื่องความขี้เกียจ งานในไร่นาอะไรที่ผลักไปให้คนอื่นได้ก็ผลัก ปกติอาศัยพี่สาวคอยส่งเงินให้เป็นครั้งคราว ประทังชีวิตไปวัน ๆ
ตอนหวังชุ่ยเหลียนวิ่งไปถึงหน้าบ้านหวังเอ่อร์โกว ประตูก็ยังลงกลอนอยู่
“น้องรอง! น้องรอง เปิดประตูให้ฉันหน่อย!”
หวังชุ่ยเหลียนตบประตูอยู่ข้างนอก
ในบ้านเงียบไปนาน หวังชุ่ยเหลียนจึงตบประตูอีกหลายครั้ง
“ใครน่ะ! เช้าขนาดนี้!”
เมียของหวังเอ่อร์โกวเดินออกมาจากในบ้านพลางบ่นกระปอดกระแปด พอเปิดประตูเห็นว่าเป็นหวังชุ่ยเหลียน สีหน้าก็ยาวเหมือนหน้าลาทันที
“อ้าว พี่สะใภ้ใหญ่”
เมียหวังเอ่อร์โกวยิ้มทั้งที่ไม่ยิ้ม “คราวนี้ก็มายืมเงินอีกหรือ?”
หวังชุ่ยเหลียนถูกพูดจนชะงักไป ก่อนฝืนยิ้มออกมา “น้องสะใภ้ ฉันมีเรื่องจะคุยกับน้องรองนิดหน่อย”
“เขายังนอนอยู่!”
“ไปเรียกเขาให้ลุก!” หวังชุ่ยเหลียนเริ่มหมดความอดทน “เรื่องนี้ด่วน!”
เมียหวังเอ่อร์โกวเบ้ปาก แล้วหันกลับเข้าไปเรียกคนในบ้าน
ไม่นานหวังเอ่อร์โกวก็เดินออกมาพร้อมหาวหวอด ผมเผ้ายุ่งเหยิง หางตายังมีขี้ตาติดอยู่
“พี่? มาทำอะไรน่ะ?”
หวังชุ่ยเหลียนคว้าแขนหวังเอ่อร์โกวแล้วลากเขาไปที่มุมลานบ้าน
“น้องรอง พี่มีเรื่องอยากขอร้องหน่อย”
