ฟ้าเริ่มมืด หวังต้าเหลยล็อกประตูจุดรับฝากขายแล้วเดินกลับบ้าน
พอกลับถึงบ้าน ตาเนี้ยหลี่ก็ทำอาหารเสร็จแล้ว
ข้าวฟ่าง มันฝรั่งผัดฝอย ผักกาดขาวตุ๋น ไข่เจียวหนึ่งจาน แล้วยังมีซุปไก่อีกชาม
“หวยโหรวอยู่ไฟ ห้ามโดนลม ฉันเลยยกข้าวไปให้กินในห้องแล้ว”
ตาเนี้ยหลี่บอก “แกกับไฉ่ไฉ่กินกันที่ห้องโถงนะ”
ไฉ่ไฉ่กลับจากโรงเรียนแล้ว นั่งบนม้านั่งตัวเล็ก อุ้มชามรออยู่
“พ่อ!”
“ว่าไง ลูกสาว!”
สวีเซิ่งนั่งลง คีบน่องไก่ให้ไฉ่ไฉ่ชิ้นหนึ่ง “กินเยอะ ๆ จะได้โตไว ๆ”
“พ่อก็กินด้วยสิ!” ไฉ่ไฉ่คีบน่องไก่กลับใส่ชามของสวีเซิ่ง
พ่อลูกผลัดกันไปมา น่องไก่ชิ้นนั้นบินไปมาระหว่างชามทั้งสองอยู่สามสี่รอบ
ตาเนี้ยหลี่มองอยู่ข้าง ๆ แล้วหัวเราะจนตบขา “โอ๊ย พ่อลูกคู่นี้กำลังเล่นกายกรรมกันอยู่หรือไง?”
สุดท้ายสวีเซิ่งใช้ตะเกียบฉีกน่องไก่เป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งให้ไฉ่ไฉ่ อีกส่วนเขากินเอง
“แบบนี้โอเคแล้วใช่ไหม?”
ไฉ่ไฉ่หัวเราะคิกคัก
กินข้าวเสร็จ สวีเซิ่งก็เข้าไปดูกู้หวยโหรวในห้อง
กู้หวยโหรวกำลังให้นม เหนียนอานดูดนมจ๊วบ ๆ ส่วนเหนียนโหรวหลับอยู่ข้าง ๆ
สวีเซิ่งค่อย ๆ นั่งลง มองภาพตรงหน้าแล้วรู้สึกหวานชื่นยิ่งกว่าดื่มน้ำผึ้งเสียอีก
“เมียจ๋า วันนี้ฉันเข้าอำเภอไปจัดการธุระมานิดหน่อย”
“หืม?”
สวีเซิ่งเล่าเรื่องดินทรายแดงให้กู้หวยโหรวฟัง เฉพาะส่วนที่พอพูดได้
พอฟังจบ กู้หวยโหรวก็เบิกตากว้าง “ตันละ 15 หยวนเหรอ?”
“อืม”
“อาเซิ่ง เรื่องนี้...จะไม่เกิดปัญหาใช่ไหม?” กู้หวยโหรวถามเสียงเบา
