แล้วตอนนี้ล่ะ?
สวีเซิ่งไม่ให้เงินสักแดง ที่ดินลาดเอียงซึ่งแบ่งให้ครอบครัวก็ปล่อยรกร้าง ลูกชายคนรองพิการ ส่วนลูกชายคนเล็กติดคุก...
สวีเฉ่าเกินยิ่งคิดก็ยิ่งอัดอั้น ถ่มน้ำลายเหนียวข้นลงพื้น
“ให้ตายสิ... จะปล่อยเรื่องนี้ไปแบบนี้ไม่ได้...”
ความคิดบางอย่างในใจเขาผุดขึ้นมาอีกครั้ง
เขานึกถึงข่าวที่แพร่ไปทั่วหมู่บ้านเมื่อครึ่งเดือนก่อน โรงงานเสื้อผ้าของสวีเซิ่งรับงานล็อตใหญ่ เสื้อผ้า 10,000 ตัว มูลค่า 450,000 หยวน
450,000 หยวน
ตอนสวีเฉ่าเกินได้ยินตัวเลขนี้ ลูกตาแทบถลนออกมา
450,000 หยวนเชียวนะ
มันมากขนาดไหนน่ะหรือ? ทั้งชีวิตเขายังไม่เคยเห็นเงินก้อนที่มีมูลค่าเกิน 100 หยวนเลย
“พ่อ!”
ทันทีที่สวีอันกั๋วได้ยินข่าว ความคิดก็เริ่มแล่นทันควัน
“พี่ใหญ่บ้านเรารวยเละแล้ว เสื้อผ้าไหมแท้ตั้ง 10,000 ตัว ผ้าไหมแท้เมตรหนึ่งตั้งหลายหยวน ถ้าเราแอบเอามาได้สักหน่อย...”
ตอนนั้นสวีเฉ่าเกินไม่ได้พูดอะไร
แต่คำพูดของลูกชายคนรองกลับเหมือนเมล็ดพันธุ์ที่งอกขึ้นในใจเขา
ผ้าไหมแท้เชียวนะ
ของแบบนั้นในห้างสรรพสินค้าอำเภอยังหายาก ต้องใช้คูปองซื้อ
แต่ในโรงงานของสวีเซิ่งกลับกองอยู่เต็มโกดัง แอบเอาออกมาสักสองสามพับ ก็พอให้ทั้งครอบครัวกินอยู่ได้ครึ่งปีแล้ว
สวีเฉ่าเกินคิดถึงตรงนี้ก็สูบบุหรี่จนหมด เคาะกล้องยาสูบกับพื้นรองเท้าสองสามที
“ลูกคนรอง”
“พ่อ เรียกผมเหรอ?” สวีอันปังครางตอบจากบนเตียงเตา
