“เธอน่าจะย้อมขนให้เป็นสีเหลืองเหมือนเจ้านายของเธอนะ”
หมิงอี๋ชี้นิ้วใส่นกแก้ว ก่อนจะเก็บแหวนวงนั้นไป
เสียงฝีเท้าสองคู่ดังใกล้เข้ามาจากนอกประตู เธอหันไปมอง แล้วเห็นพ่อบ้านเดินตามหลังซางจิ้นเหยียนมา
“เสี่ยวอี๋”
คุณพ่อบ้านเอ่ยเรียก นกแก้วตัวนั้นก็โผบินไปหาเขา
หมิงอี๋มองซางจิ้นเหยียน “ไม่น่าแปลกใจเลยที่นกแก้วบินมาถึงบ้านเรา มันคงมีวาสนากับฉัน แม้แต่ชื่อยังคล้ายกันเลยนะ”
“ขออภัยที่รบกวนครับ คุณผู้ชาย คุณผู้หญิง” ภารกิจของพ่อบ้านบ้านข้าง ๆ เสร็จสิ้นแล้ว
เขากำลังจะกลับ ทว่าในตอนนั้นนกแก้วตัวนั้นก็เริ่มร้องเพลงอีกครั้ง
“ในที่สุดฉันก็กลายเป็นชู้ของคนอื่น~ ตอนที่เธอซบอยู่ในอ้อมอกเขา~”
“ฉันควรอยู่ใต้ท้องรถ ไม่ควรอยู่ในรถ~ มองดูพวกเธอหวานชื่นกันแค่ไหน~”
หมิงอี๋ยกมือปิดปาก “จิ้นเหยียน นกตัวนี้ร้องเพลงได้ตั้งหลายเพลงแน่ะ ฉลาดจังเลย!”
ในอกซางจิ้นเหยียนเกิดความรู้สึกประหลาด บางทีผู้ชายเองก็อาจมีสัมผัสที่หก
เขามองพ่อบ้านคนนั้นพานกแก้วออกไป
ในใจครุ่นคิดถึงคำถามหนึ่ง
คนที่อยู่บ้านข้าง ๆ เป็นใครกัน?
“คุณชอบนกแก้วตัวนั้นเหรอ?” ซางจิ้นเหยียนกลับไปนั่งที่โต๊ะอาหาร คีบขนมจีบกุ้งชิ้นหนึ่งป้อนถึงริมฝีปากหมิงอี๋
“นกตัวนั้นน่ะเหรอ?” หมิงอี๋อ้าปากรับ เสียงอู้อี้ “ทำไมฉันต้องชอบนกตัวนั้นด้วยล่ะ”
“นั่นเป็นนกของคนอื่น ฉันชอบแค่จิ้นเหยียนของฉันเท่านั้น”
หัวใจที่ปั่นป่วนของซางจิ้นเหยียนราวกับได้รับยากระตุ้นหัวใจ
เขาพบว่าตัวเองชอบเวลาภรรยาหยอกเย้าเขาอยู่เป็นครั้งคราว
