ถึงจะเป็นพี่น้องแท้ ๆ กัน ก็ยังไม่เหมือนกันอยู่ดี
ฝีมือทำอาหารของโจวฉงจิ่นพิถีพิถันกว่าอยู่หน่อย
อย่างตอนผัด เขาชอบเร่งไฟแรงแล้วโยนผักขึ้นสูง ๆ
บอกว่าผัดไฟแรงแบบนี้จะอร่อยกว่า
ผลคือหมิงอี๋กินเสร็จก็เริ่มรู้สึกไม่สบาย โจวฉงจิ่นเลยบอกว่าเขาเรียนแพทย์มาตอนมหาวิทยาลัย
ฉีดยาลดไข้เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว
แต่หมิงอี๋ไม่ค่อยเชื่อ ยืนกรานจะไปโรงพยาบาลให้ได้
หมอบอกว่าต้องให้น้ำเกลือ หมิงอี๋ก็เข่าอ่อนทันที
ฉีดยาแค่โดนเข็มแวบเดียวก็เสร็จแล้ว
แต่การให้น้ำเกลือต้องคอยมองเข็มที่แทงเข้าเส้นเลือดอยู่แบบนั้นเป็นชั่วโมง ๆ
หมิงอี๋กลัวเข็ม
แค่มองแวบเดียวก็รู้สึกเหมือนฟ้าดินหมุนคว้าง ร่างทั้งร่างราวกับถูกใครโยนขึ้นไป ก่อนจะตกลงมากระแทกอย่างแรง
ดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตา
โจวฉงจิ่นยกมือขึ้นลูบเส้นผมชื้นเหงื่อของเธอ ซึ่งเปียกเพราะกลัวเข็มจนเหงื่อเย็นซึมออกมา
“แย่แล้ว…ต่อไปคงถูกคุณกุมไว้หมด ทั้งกลางวันกลางคืน ตั้งแต่โตมาผมยังไม่เคยโดนตบสักแปะ”
“มีแค่คุณนี่แหละ”
หมิงอี๋ชะงักไปครู่หนึ่ง ถึงค่อยรู้ว่าเขากำลังพูดจาสองแง่สองง่าม
“จริงเหรอ? ฉันนึกว่าปากเสียขนาดนี้ คงโดนซ้อมมาไม่น้อยเสียอีก”
โจวฉงจิ่นได้ยินแล้วหัวเราะหึ ๆ “จริงสิ เด็กที่โกหกจมูกจะยาวขึ้น แต่ผมไม่เคยโกหกมาตั้งแต่เด็ก เพราะงั้น…”
เขาใช้นิ้วบีบปลายจมูกหมิงอี๋
“ที่ยาวขึ้นก็เป็นที่อื่น”
พูดจบหมิงอี๋ก็ตบเขาไปอีกฉาดด้วยฝ่ามือแห่งรัก “ฉันจะดูทีวี คุณออกไปเลย”
คนให้น้ำเกลืออยากฟังเสียงอะไรสักหน่อย
