“ใช่แล้ว เธอชื่อฟางเม่ย เป็นคนชีวิตรันทด” แม่เสิ่นถอนหายใจ
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?” กู้เฉาซีถามอย่างสงสัย มีแม่สามีแบบนั้นก็ช่างน่าเวทนาจริง ๆ
“ป้าหลัวบ้านข้าง ๆ คลอดลูกสาวสามคน กว่าจะได้ลูกชายอย่างหลัวจินเป่า ปกติตามใจจนเสียคน เลี้ยงมาเหมือนพวกนักเลง ไม่เคยไปทำงานเลย”
“จินเป่าไม่ใช่คนดี ชอบไปคุยกับสาว ๆ กับหญิงที่แต่งงานแล้ว ถ้าเขามาขวางทางเธอ ก็อย่าไปสนใจ ถ้ากล้าลงไม้ลงมือ ให้ตะโกนเรียกคนที่บ้าน” แม่เสิ่นกำชับ
“บ้านนั้นให้ลูกสะใภ้ออกไปทำงาน ป้าหลัวก็จับผิดลูกสะใภ้สารพัด บางทีก็ตบตีด่าทอ แล้วยังโทษฟางเม่ยที่ไม่มีหลานชายอีก”
“น่าสงสารเสี่ยวเฉ่าลูกสาวของฟางเม่ย อายุห้าหกขวบแล้ว แต่ตัวผอมเหมือนถั่วงอก ดูอ่อนแอป่วยกระเสาะกระแสะ เสียงพูดยังเบากว่าเสียงแมวเสียอีก”
กู้เฉาซีเข้าออกอยู่หลายวัน แต่ไม่เคยรู้เลยว่าลานบ้านข้าง ๆ มีเด็กผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง ร่างกายคงไม่แข็งแรงเอามาก ๆ จู่ ๆ เธอก็หมดความสนใจเรื่องชู้สาวนี้ไปเสียแล้ว
“แม่ไม่เร่งให้พวกเธอมีลูกหรอก ตอนนี้ยังหนุ่มสาวกันอยู่ อีกสองปีค่อยมีลูกก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นลูกชายหรือลูกสาว ก็ต้องเลี้ยงให้ดีทั้งนั้น”
ความจริงแม่เสิ่นเองก็ไม่ชอบเลี้ยงเด็ก แต่ช่วยไม่ได้ บ้านมีเรื่องให้ทำตั้งมากมาย ยังไงก็ต้องช่วยแบ่งเบาภาระลูกสะใภ้ ไม่อย่างนั้นคงดูแลไม่ไหว
“ฉันก็คิดแบบนั้นค่ะ” กู้เฉาซีพยักหน้า
ที่จริงเธอไม่เคยคิดเรื่องมีลูกเลยด้วยซ้ำ
คืนนั้นเธอถามเสิ่นฉีอวิ๋นว่า “คุณชอบเด็กไหม?”
เสิ่นฉีอวิ๋นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบตามตรงว่า “ไม่รู้สิ”
“ถ้าคุณอยากมีลูกกับผม ผมก็จะชอบ” เสิ่นฉีอวิ๋นมองเธอ แววตาพลันร้อนผ่าวขึ้นมา
“สองปีนี้ยังไม่ได้นะคะ” กู้เฉาซีรีบพูด “หมอก็บอกแล้วว่าร่างกายฉันยังฟื้นตัวไม่ดี”
“อืม” เสิ่นฉีอวิ๋นขยับเข้ามาใกล้แล้ว
