“ได้” เสิ่นฉีอวิ๋นรับปากทันที พลางคิดอย่างรวดเร็วว่าจะพาเธอไปที่ไหน ช่วงหลายวันที่ผ่านมาเขาคุ้นเคยกับเส้นทางขึ้นเขาแล้ว บนเขามีทั้งสระน้ำและน้ำตก ทิวทัศน์งดงามร่มรื่น
มีทางเล็ก ๆ สายหนึ่งที่มีต้นราสป์เบอร์รีขึ้นอยู่มาก เดิมทีเขาตั้งใจจะเก็บมาสักหน่อย แต่ฟ้าใกล้มืดเสียก่อนจึงไม่ได้เก็บพอดี คราวนี้จะได้พาเธอไปกินสด ๆ
“ถ้าพรุ่งนี้ฝนไม่ตก เราค่อยไปกัน” เสิ่นฉีอวิ๋นบอก
“ได้เลย!” กู้เฉาซีตื่นเต้นดีใจ วิ่งกลับห้องไปหาเสื้อผ้า ท่าทางเหมือนเด็กประถมที่รู้ว่าพรุ่งนี้จะได้ไปทัศนศึกษา ทั้งคาดหวังทั้งตื่นเต้น เสิ่นฉีอวิ๋นเห็นเธอดีใจขนาดนั้น แววตาก็เผยรอยยิ้มบาง ๆ
มื้อเย็นมีไก่ป่าตุ๋นเห็ด ผัดยอดมันเทศ แล้วก็แกงจืดบวบชามใหญ่ ไก่ป่าเพิ่งล่ามาได้วันนี้ เนื้อแน่นหนึบ ส่วนซุปเห็ดแม้ไม่ได้ใส่น้ำมันมาก แต่กลับหวานอร่อยเป็นพิเศษ
เสิ่นหงเสียกับเสิ่นฉีเฟิงนั่งรออยู่ก่อนแล้ว พ่อเสิ่นยังอุตส่าห์เป็นฝ่ายหยิบชามตะเกียบเอง นั่งกินกันอย่างเอร็ดอร่อยอยู่เต็มบ้าน จางชุ่ยฮวากับเสิ่นฉีจงก็กลับมา
ต้าป่าถูกเสิ่นฉีจงอุ้มอยู่ หลับไปแล้ว ใบหน้ายังมีร่องรอยของการร้องไห้ แก้มเล็ก ๆ แดงระเรื่อ ดูไม่มีเรี่ยวแรงนัก สีหน้าของเสิ่นฉีจงเองก็ไม่สู้ดี ราวกับกำลังกลั้นความโกรธไว้เต็มอก
จางชุ่ยฮวาถอดรองเท้าเปื้อนโคลนทิ้งไว้ในลานบ้าน แล้วเดินเข้าห้องมา “แม่ กินข้าวกันทำไมไม่รอพวกเราล่ะ กับข้าวดี ๆ แบบนี้ก็ไม่รู้จักเหลือไว้ให้ต้าป่าสักหน่อย ต้าป่าเป็นหลานแท้ ๆ ของแม่นะ เป็นหลานชายคนเดียวของบ้าน...”
“ถ้าจะกินก็ไปหยิบชามมาเอง ถ้าไม่อยากกินก็กลับห้องไป” เดิมทีแม่เสิ่นอารมณ์ดีอยู่แท้ ๆ แต่พอเห็นท่าทางน่าหงุดหงิดของจางชุ่ยฮวาก็โมโหขึ้นมา
คงไปเจอเรื่องให้ขุ่นใจที่บ้านแม่มาอีกแล้วสินะ ทุกครั้งก็เป็นแบบนี้ ขนของกลับไปเป็นหอบ ๆ แต่กลับมามือเปล่า
“ต้าป่าเป็นอะไรไป ทำไมหน้าแดงจัง” แม่เสิ่นรับหลานมาแตะตัวดู พบว่าร้อนนิดหน่อย “เด็กยังเล็กขนาดนี้ พาออกไปข้างนอกทำไมกัน กลางคืนต้องคอยดูดี ๆ อย่ารอให้ลูกเป็นไข้ขึ้นมาล่ะ”
