“เราไปดูที่สหกรณ์กันก่อน แล้วค่อยแยกกันเดิน สุดท้ายค่อยไปเจอกันที่ร้านอาหารของรัฐ ดีไหม?” จางอวิ๋นโหรวเสนอ
“ได้” กู้เฉาซีกับซูอวี่ฉิงต่างก็ไม่ขัดข้อง ทุกคนมีธุระของตัวเอง
ในสหกรณ์มีคนเบียดเสียดกันแน่น หน้าเคาน์เตอร์มีคนรุมล้อมอยู่หลายชั้น พนักงานขายเสียงแหบไปหมด มือกดลูกคิดดังแปะ ๆ ไม่หยุด
ทันทีที่จางอวิ๋นโหรวกับซูอวี่ฉิงเข้าไป ก็ถูกใจผ้าฝ้ายเนื้อดีล็อตใหม่ ทั้งสองเบียดไปหน้าเคาน์เตอร์แล้วขอให้พนักงานตัดผ้า
กู้เฉาซีล้วงกระเป๋าตัวเองดู เงินติดตัวที่เธอมีในครั้งนี้รวมแล้ว 23 หยวน เป็นทั้งเงินที่เจ้าของร่างเดิมเก็บออมไว้ และเงินที่เธอขายยางรัดผมหาได้
ทางบ้านบอกว่าจะส่งเงินค่าครองชีพมาให้เดือนละ 10 หยวน เพราะกลัวเธอเป็นสาวแล้วจะทำงานหนักไม่ไหว จึงให้เงินติดตัวไว้บ้าง
คราวนี้มาถึงอำเภอ เธอตั้งใจจะแวะไปดูที่ไปรษณีย์ด้วย ไม่แน่ว่าเงินของเดือนนี้อาจมาถึงแล้ว
เธอไม่รีบร้อนซื้อผ้า ของในสหกรณ์ต้องใช้คูปองซื้อ ส่วนคูปองที่เธอมีอยู่ก็ไม่มาก รอให้ระบบชิงซื้อราคาพิเศษรีเซ็ตก่อนดีกว่า ซื้ออะไรก็ถูกและคุ้มกว่า
ระหว่างที่กำลังมองดูอยู่ จู่ ๆ ก็มีคนเบียดเข้ามาข้าง ๆ ใช้แขนดันจนแย่งพื้นที่ของเธอไปครึ่งหนึ่ง
“อ้าว ยุวชนกู้ ก็มาซื้อของที่สหกรณ์เหมือนกันเหรอ?” วันนี้เหมียวชิงชิงสวมเสื้อลายดอกสีเหลืองตัวใหม่ ดูเชยสุด ๆ
เธอติดกิ๊บอันใหม่บนผม ข้างหลังยังมีหญิงสาวที่เป็นยุวชนอีกสองคนตามมาด้วย “ทำไมยืนดูอยู่ข้าง ๆ ล่ะ คนที่บ้านไม่ยอมซื้อให้เหรอ?”
กู้เฉาซีไม่สนใจเธอ เสื้อลายดอกตัวนั้นน่าเกลียดเกินไป มองแล้วแสบตา ผ้าฝ้ายสีชมพูอ่อนที่จางอวิ๋นโหรวกับซูอวี่ฉิงอยากได้ยังดูดีกว่ามาก
เหมียวชิงชิงไม่โกรธ กลับหันไปพูดกับคนข้าง ๆ “บางคนนะ แต่งงานแล้วก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นสาวเมืองอยู่เลย ของในสหกรณ์น่ะ ซื้อไหวหรือไง เข้ามาดูเล่นทำไม?”
