วันรุ่งขึ้น บริษัททางฝั่งประเทศเอ็มเกิดปัญหา ต้องให้ผู้มีอำนาจตามกฎหมายเดินทางไปจัดการ
เจียงหลีโม่จำต้องวางมือจากธุระตรงหน้า แล้วรีบเดินทางไปต่างประเทศทันที
คราวนี้หลังจัดการงานเสร็จ เธอแวะไปพบเพื่อนเก่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ก่อนจะกลับไห่เฉิงอีกครั้งในอีกสองสัปดาห์ต่อมา
วันที่มาถึงไห่เฉิง ฝนตกปรอย ๆ ท้องฟ้ามืดครึ้มตอนเธอลงจากเครื่องบิน
น่าเสียดายที่ทันทีที่ออกจากสนามบิน เจียงหลีโม่ก็เจอคนที่ไม่อยากพบเข้าเสียแล้ว
จ้านเยี่ยนเซินกับจี้เนี่ยน
จ้านเยี่ยนเซินสวมเสื้อโค้ตตัวยาว รูปร่างสูงสง่าประหนึ่งต้นสน ส่วนหญิงสาวข้างกายสวมชุดถักสีขาวครีม ท่ามกลางผู้คนที่เดินขวักไขว่ในสนามบิน หลายคนต่างหันมองพวกเขา
ดูท่าพวกเขาคงเพิ่งกลับจากไปเที่ยวกัน
ชาติที่แล้วไม่ต้องพูดถึงการไปเที่ยวเลย แม้แต่ไปร่วมงานเลี้ยง จ้านเยี่ยนเซินก็ไม่เคยพาเธอไปด้วยสักครั้ง
เจียงหลีโม่เร่งฝีเท้าออกจากอาคารผู้โดยสาร คนขับรถที่บ้านมารออยู่ด้านนอกแล้ว
เธอส่งกระเป๋าเดินทางให้พ่อบ้านหลิว แล้วรีบเข้าไปนั่งเบาะหลังโดยไม่รอช้า อยากหลบหน้าให้พ้น ๆ
พอพ่อบ้านหลิวขึ้นไปนั่งที่คนขับ เจียงหลีโม่ก็เร่งให้เขาออกรถทันที
พอดีพ่อบ้านจงจากตระกูลจ้านมารับคุณชาย จึงเห็นภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเข้า
เวลานั้นจ้านเยี่ยนเซินเดินออกจากอาคารผู้โดยสาร พ่อบ้านจงจำคุณหนูจี้ที่อยู่ข้างกายเขาได้ทันที เธอแต่งหน้าอ่อน ๆ บุคลิกสง่างามอ่อนโยน ไม่เหมือนเจียงหลีโม่ที่เคยสดใสเย้ายวน
“คุณชาย คุณหนูจี้...” พ่อบ้านจงรีบเดินเข้าไป พลางกดรีโมตเปิดท้ายรถจากระยะไกล ก่อนจะตั้งใจไปยกกระเป๋าของจี้เนี่ยน
“ให้ฉันทำเถอะค่ะ...” จี้เนี่ยนพูดอย่างนุ่มนวล “ฉันอยู่ต่างประเทศมานาน ชินกับการจัดการเองแล้วค่ะ”
