วันรุ่งขึ้น
เจียงหลีโม่เพิ่งเข้างานได้ไม่นาน ก็เห็นจ้านเยี่ยนเซินกับหวังเฉิง เลขาของเขามาถึงเจียงเซิ่ง
เรื่องที่ตระกูลเจียงกับตระกูลจ้านตั้งใจจะร่วมมือกันแพร่สะพัดไปทั่วแล้ว วันนี้จ้านเยี่ยนเซินจึงมาที่เจียงเซิ่งด้วยตัวเอง จึงไม่มีใครรู้สึกแปลกใจ
แต่เมื่อสายตาทั้งสี่สบกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เจียงหลีโม่จึงทำได้แค่พยักหน้าทักทาย “พี่จ้าน”
จ้านเยี่ยนเซินมองเธอด้วยแววตาดำลึกล้ำ ใบหน้าไร้ความรู้สึก ก่อนตอบอย่างเย็นชา “คุณเจียง”
ทั้งคู่ทักทายกันตามมารยาทแล้วเดินสวนกันไป
จ้านเยี่ยนเซินเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ชะงักเล็กน้อย เขาหันกลับไปมอง แผ่นหลังของเจียงหลีโม่ค่อย ๆ ลับหายไป ราวกับเด็กหญิงตัวน้อยที่เคยเรียกเขาอย่างสนิทสนมว่า “พี่เยี่ยนเซิน” ก็หายไปแล้วเช่นกัน
แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจนัก
หวังเฉิงเห็นเจ้านายชะงัก เขาขมวดคิ้ว มองตามแผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินจากไปด้วยความสงสัยเต็มเปี่ยม
แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ ประธานจ้านก็เดินไปแล้ว เขารีบตามไปทันที
วันนี้เจียงไป๋ชางไปโรงงานด้านล่าง จึงไม่ได้อยู่ที่นี่ คนที่มาต้อนรับคือเจียงเฉิน และต่อจากนี้เจียงเฉินก็จะเป็นผู้ติดตามโครงการนี้ด้วย
จ้านเยี่ยนเซินกับเจียงเฉินพบกันเพื่อหารือรายละเอียดความร่วมมือเพิ่มเติม
ระหว่างที่เจียงเฉินกับจ้านเยี่ยนเซินกำลังหารือกันในห้องประชุม เจียงหลีโม่ก็เดินเข้ามาเอง เธอนั่งลงข้างเจียงเฉินเงียบ ๆ โดยไม่ส่งเสียงแม้แต่น้อย
หวังเฉิง ผู้ช่วยของจ้านเยี่ยนเซินสังเกตเห็นว่าตลอดการประชุม เด็กสาวตั้งใจฟังอย่างจริงจัง
แต่จะฟังเข้าใจได้สักแค่ไหนก็ไม่รู้
เพราะเจียงหลีโม่คนเมื่อก่อน แค่ให้นั่งอยู่บนเก้าอี้สักครึ่งชั่วโมงก็แทบเป็นไปไม่ได้แล้ว
