เจียงหลีโม่หลับ ๆ ตื่น ๆ อย่างกระสับกระส่าย
【ชิวชิว...】
เธอฝันว่าตัวเองกลิ้งตกลงมาจากบันไดสูง ก่อนจะกรีดร้องและสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย
รอบห้องเงียบสนิท
นาฬิกาบนโต๊ะข้างเตียงบอกเวลาตีสี่กว่า เจียงหลีโม่จึงลุกขึ้นเสียเลย ไม่คิดจะนอนต่อแล้ว
ในเมื่อจ้านเยี่ยนเซินกำลังวางแผนช่วยตระกูลจี้ ถึงขั้นส่งเลขาส่วนตัวของตัวเองไปคอยติดตามจี้เจิ้นเย่
ทางเธอเองก็ต้องรีบลงมือเหมือนกัน
แม้จะนอนไม่เต็มอิ่ม เจียงหลีโม่ก็ยังตื่นแต่เช้าและออกเดินทางไปบริษัท
เธอกินไข่กับขนมปังปิ้งบนรถ จัดการมื้อเช้าเรียบร้อย
พอเข้าไปในบริษัท เธอก็ตรงไปขึ้นลิฟต์ กดชั้นฝ่ายบุคคล
วันนี้เธอไม่ได้รอเจียงเฉินไปทำงานพร้อมกัน
หลังเจียงเฉินตื่นขึ้นมา แม่บ้านอู๋บอกว่าคุณหนูออกไปทำงานก่อนแล้ว เขาถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
น้องสาวของเขาขยันเรื่องงานขึ้นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน?!
……
หลังเจียงเฉินกินมื้อเช้า ระหว่างขับรถไปบริษัท เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากคนในบริษัทหลายสายติดต่อกัน
ทุกสายล้วนโทรมาโวยวายเรื่องคุณหนูใหญ่เจียง
เขาฟังแล้วงุนงงไปหมด แต่สัญชาตญาณบอกให้โต้กลับไปว่า “น้องสาวฉันไม่มีทางทำอะไรเหลวไหลแบบนั้น พวกคุณอย่าพูดให้ร้ายเธอ มีเรื่องอะไรก็รอฉันถึงบริษัทแล้วค่อยว่ากัน”
เจียงเฉินวางสาย พลางพึมพำว่า “กำลังเล่นอะไรกันอยู่” จากนั้นก็เหยียบคันเร่งมุ่งหน้าไปบริษัท
ไม่คิดเลยว่าเจียงเซิ่งจะวุ่นวายไปหมดแล้ว
คุณหนูใหญ่เจียงร่ายรายชื่อพนักงานมาเสียยืดยาวถึง 20 คน ประกาศกร้าวว่าจะเลิกจ้าง ไล่ออก และให้พวกเขาเก็บข้าวของไสหัวไปเดี๋ยวนี้
คนในบริษัทพากันวิพากษ์วิจารณ์
“คุณหนูใหญ่คนนี้เปลี่ยนสีหน้าเร็วกว่าพลิกหน้าหนังสือเสียอีก คราวก่อนยังเห็นว่าสุภาพอยู่เลย... ตอนนี้ก็สุภาพด้วยการไล่ให้เราไปให้พ้นหน้า”
“ใกล้จะถึงตรุษจีนแล้ว ไล่ออกตอนนี้ คงกะจะไม่จ่ายโบนัสปลายปีสินะ?”
“ประธานเจียงเป็นคนมีเหตุผลขนาดนั้น ทำไมถึงมีลูกสาวเอาแต่ใจแบบนี้ได้ล่ะ”
พนักงานต่างคนต่างพูด ไม่มีใครสังเกตเลยว่าเจียงเฉินเดินเข้ามาแล้ว
