หลังงานเลี้ยงจบลง ทุกคนก็ออกจากตระกูลลู่
เจียงหลีโม่ขับรถของเจียงเฉินกลับ
เจียงเฉินดื่มเหล้ามา จึงนั่งเอนกายอย่างเกียจคร้านอยู่ที่เบาะข้างคนขับ แสงนีออนนอกตัวรถสาดวูบไหวลงบนใบหน้าคมชัดของเขา สลับสว่างสลับมืด
เขามองน้องสาวขับรถ จู่ ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า “เธอถูกคนทะลุมิติเข้าร่างหรือเปล่า? เมื่อก่อนขับรถไม่เก่งขนาดนี้ พี่ไม่กล้านั่งรถที่เธอขับเลยด้วยซ้ำ”
เจียงหลีโม่สะดุ้ง ก่อนจะยิ้มออกมา “คนเราก็ต้องเติบโตขึ้นสิ”
เจียงเฉินกล่าวต่อ “แล้วก็... พ่อบอกว่าเธอรู้ได้ยังไงว่าคนพวกนั้นยักยอกเงิน เรื่องนี้แปลกมากนะ เธอเพิ่งเข้าบริษัทได้ไม่นานเอง”
เขาไม่เคยคิดเรื่องนี้อย่างจริงจังมาก่อน
จนกระทั่งเจียงไป๋ชางพูดถึง เจียงเฉินถึงได้รู้สึกว่ามันแปลก
เรื่องทั้งหมดมีบางอย่างที่อธิบายไม่ค่อยได้
และเมื่อเจียงไป๋ชางพูดถึงจุดที่อธิบายไม่ได้นี้ เขาถึงนึกขึ้นมาได้ว่า...
เจียงหลีโม่เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่กี่วัน แล้วรู้ได้อย่างไรว่าพวกนั้นยักยอกเงิน
เจียงหลีโม่อธิบายไม่ได้ จึงได้แต่ตอบว่า “ฝันเห็นน่ะ”
เจียงเฉินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนมองเสี้ยวหน้าของเจียงหลีโม่ที่นั่งหลังพวงมาลัยและมองถนนไม่วอกแวก “เธอคิดว่าพี่ดูเหมือนคนโง่ไหม?”
“จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่” เจียงหลีโม่ตอบเสียงดุ เธอรู้ดีว่าแค่บอกเจียงเฉินว่าเธอโกรธแล้ว เขาก็จะเลิกซักไซ้
เป็นอย่างที่คิด เจียงเฉินไม่ได้ถามต่อ
ที่จริงเขาก็คิดไม่ออกว่าเพราะอะไร
แต่เขาไม่ใช่คนที่จะคาดคั้นเอาคำตอบให้ได้
พอเห็นเจียงหลีโม่โกรธ เขาก็ได้แต่ยอมปล่อยไป
“เฉียวชิงอวี๋ได้ยินเรื่องของเธอแล้ว อยากเจอเธอสักหน่อย เธอชมว่าน้องสาวพี่เก่งมาก”
