จ้านเยี่ยนเซินคีบอาหารให้จี้เนี่ยนด้วยตัวเอง
พวกเขาเคยเห็นจ้านเยี่ยนเซินบริการผู้หญิงแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน
แม้แต่ผู้ใหญ่ในตระกูลจ้าน ก็มีเพียงผู้อาวุโสคนหนึ่งที่เคยได้กินอาหารที่จ้านเยี่ยนเซินคีบให้ แถมยังเป็นตอนที่เขาป่วยและเหล่าคนรับใช้ต่างมือไม่ว่างกันทั้งนั้น
ลู่จิ่งอดทอดถอนใจไม่ได้ “พี่จ้าน ไม่คิดเลยว่าพี่จะเป็นคนรักเดียวใจเดียวขนาดนี้”
กู้ฉวนโจวยิ้มเงียบ ๆ
ตอนนั้นเอง ลู่จิ่งสังเกตเห็นสีหน้าของเจียงหลีโม่ดูไม่ค่อยดี
เจียงหลีโม่พลันนึกถึงชาติก่อนขึ้นมาเพราะคำว่า “คนรักเดียวใจเดียว” นี้ จ้านเยี่ยนเซินผู้เป็นคนรักเดียวใจเดียวเคยทำอะไรให้จี้เนี่ยนมากมาย รวมถึงฮุบกิจการของตระกูลเจียงแล้วยกให้จี้เนี่ยนด้วย
แต่คนอื่น ๆ ต่างปักใจว่าเจียงหลีโม่กำลังหึง
แต่ตอนนี้เธอทำอะไรไม่ได้ ต่อให้หึงแค่ไหนก็แสดงออกมาไม่ได้ เพราะยิ่งเผยออกมาก็ยิ่งดูด้อยค่า
ถึงอย่างไรจ้านเยี่ยนเซินก็ไม่มีทางได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย
เจียงหลีโม่จึงเพียงมีสีหน้าไม่ดี พลางกำแก้วแน่น
ตอนนี้การนิ่งดูท่าทีเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
ลู่จิ่งคิดว่าเจียงหลีโม่ฉลาดขึ้นกว่าเมื่อก่อนจริง ๆ อย่างน้อยก็ไม่ได้แสดงท่าทีเกรี้ยวกราดไร้เหตุผลออกมา
แต่ในใจคงโกรธแทบตาย ถึงได้มีสีหน้าแย่ขนาดนั้น
เพราะฉะนั้น—ที่จริงเธอไม่ได้ไม่ใส่ใจอย่างที่แสดงออก เพียงแต่รู้จักใช้วิธีที่แยบยลกว่าเดิม
ตอนนั้นมีคนพูดถึงเรื่องของซูเหมียนเหมียน ถามว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง แววอำมหิตวาบผ่านใบหน้าจ้านเยี่ยนเซิน ก่อนเขาจะเอ่ยเสียงเรียบว่า “จับตัวส่งสถานีตำรวจแล้ว”
“ทางโรงเรียนออกหน้าจัดการ ให้นักเรียนหญิงคนนั้นลาออกแล้ว”
จี้เนี่ยนถอนใจ “โชคดีที่เหมียนเหมียนไหวพริบดี ไม่อย่างนั้นผลที่ตามมาคงเกินจินตนาการ”
