ตอนนั้นฉันก็คิดจะถอนหมั้นกับเธอแล้ว แต่ไม่มีทางเลือก เธอตามตื๊อไม่เลิก บอกว่าถ้าจากฉันไปก็อยู่ต่อไม่ไหว
ไม่มีทางเลือก ฉันเลยต้องแต่งงานกับเธอ “แต่หลังแต่งงานได้สามวัน เธอก็หายตัวไป” พูดถึงตรงนี้ เขาก็ถอนหายใจ “บางทีนี่อาจเป็นลิขิตสวรรค์ก็ได้
เพราะงั้นชิงชิง เธอดูสิ แม้แต่สวรรค์ยังอยากให้เราอยู่ด้วยกัน เธอถึงได้หายตัวไป”
ฟู่ชิงหลี: “ไสหัวไป”
ได้ยินเช่นนั้น ซ่งหยางก็แสร้งทำเป็นเจ็บปวดใจ ยกมือกุมหน้าอกพลางกล่าว “ชิงชิง เธอพูดกับฉันแบบนี้ได้ยังไง ลืมมิตรภาพที่เราเคยมีไปแล้วหรือ?”
ฟู่ชิงหลีมองผู้คนที่ทยอยมารวมตัวกันตรงปากซอย ก่อนจะหันไปมองซ่งหยางด้วยแววตาเย็นเยียบยิ่งขึ้น
“ฉันบอกให้ไสหัวไป ไม่ได้ยินหรือไง?”
ส่วนซ่งหยางเมื่อเห็นผู้คนมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ มุมปากก็ยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ขอแค่มีข่าวลือว่าเขากับฟู่ชิงหลีเกี่ยวข้องกัน เขาก็ไม่เชื่อว่าเธอจะหนีจากเงื้อมมือเขาไปได้ ถึงอย่างไรคำคนก็น่ากลัว พอชื่อเสียงเธอเสียหาย เขาไม่เชื่อว่าเธอจะไม่ยอมแต่งกับเขา
ผู้คนเริ่มซุบซิบกันจริง ๆ “เกิดอะไรขึ้น? ทำไมลูกสาวตระกูลฟู่ถึงมาอยู่กับไอ้หนุ่มซ่งหยาง?”
จู่ ๆ ก็มีใครสักคนในฝูงชนพูดขึ้นว่า “หรือว่าไอ้หนุ่มซ่งหยางอยากกลับไปคืนดีกับแฟนเก่า?”
คนที่ได้ยินต่างพากันคล้อยตามทันที “ก็อาจจะจริง ใครใช้ให้ฟู่ชิงเหยาแต่งงานได้สามวันก็หายตัวไปล่ะ ไม่แน่ว่าอาจเกาะคนใหญ่คนโตแล้วหนีไปก็ได้ ส่วนไอ้หนุ่มตระกูลซ่งจะให้เฝ้ารอคนหายไปตลอดก็คงไม่ได้หรอก”
