เมื่อเห็นเธอกินอย่างเอร็ดอร่อย จี้เซียงตงก็กลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว หมูตุ๋นจานนี้ดูน่ากินเป็นพิเศษ เขาจึงหันไปสั่งมาอีกจานทันที
ไม่นานหมูตุ๋นก็ถูกยกมาเสิร์ฟ เขาลองชิมคำหนึ่ง มุมปากพลันยกขึ้นเล็กน้อย รสชาติดีจริง ๆ มิน่าล่ะสาวน้อยคนนั้นถึงกินอย่างมีความสุขขนาดนั้น
มองเธอที่เหมือนกระรอกตัวน้อย คอยยัดอาหารเข้าปากไม่หยุด จี้เซียงตงก็รู้สึกว่าเธอน่ารักเป็นพิเศษ
ลู่หลินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเห็นดังนั้นก็เลิกคิ้ว “นายเป็นอะไรไป ทำท่าอย่างกับกำลังติดสัดแน่ะ”
คำพูดนั้นทำเอาจี้เซียงตงสำลัก หมูตุ๋นคำหนึ่งแทบพุ่งออกมาจากปาก
เขาถลึงตามองลู่หลิน “พูดจาเหลวไหลอะไร นายต่างหากที่กำลังติดสัด!”
“ฉันยังไม่ได้ถามนายเลย ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่?”
ลู่หลินเอ่ยเสียงเรียบ “หมายความว่ายังไง นายมาได้ ฉันมาไม่ได้หรือไง?”
“ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น ด้วยสถานะของนาย ตามหลักแล้วไม่น่าจะมาที่อำเภอเล็ก ๆ แบบนี้ ต่อให้คิดจะปลดประจำการไปทำงานพลเรือน ก็ไม่น่าถูกส่งมาประจำที่นี่”
ลู่หลินเงียบไปชั่วครู่ “มีอะไรที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ นายยังมาอยู่ที่นี่ได้ แล้วฉันจะมารับตำแหน่งที่นี่ไม่ได้หรือไง?”
จี้เซียงตงกลอกตาใส่เขา ฉันมาอยู่ที่นี่เพราะอะไร นายจะไม่รู้ได้ยังไง? พอนึกถึงลูกพี่ลูกน้องคนนั้นของตัวเอง จี้เซียงตงก็รู้สึกว่าหมูในปากหมดอร่อยไปทันที
เขาเงยหน้ามองลู่หลิน “นายมาที่นี่ คุณปู่ของนายรู้หรือเปล่า?”
ลู่หลินตอบ “ไม่รู้”
จี้เซียงตงชะงัก “อะไรนะ คุณปู่ไม่รู้ว่านายมาที่นี่เหรอ?”
ลู่หลินตอบ “ท่านคิดว่าฉันออกไปปฏิบัติภารกิจ”
