แต่กลับถูกหญิงคนนั้นขวางไว้ “หยุดนะ! ถ้าพวกแกกล้าไป ฉันจะแจ้งจับข้อหาค้ากำไรเกินควร เอาเปรียบสังคมนิยม ถึงตอนนั้นพวกแกโดนจับกันหมดแน่!”
เด็กชายได้ยินคำพูดของหญิงคนนั้นก็โกรธจนหน้าแดง “กล้าเหรอ!”
หญิงคนนั้นเหลือบมองเด็กทั้งสอง “ลองดูสิว่าฉันกล้าหรือเปล่า”
เด็กหญิงโกรธท่าทางไร้ยางอายของหญิงคนนั้นจนแทบร้องไห้ แต่กลับกอดตะกร้าในอ้อมแขนไว้แน่น ไม่ยอมขายของให้เธอไม่ว่าอย่างไร
ฟู่ชิงหลีเห็นดังนั้นจึงเดินไปหาเด็กทั้งสอง ก่อนจะมองหญิงคนนั้น “พี่สาวคะ จะเอาเปรียบคนอื่นก็ไม่ควรทำกันแบบนี้นะคะ อย่าเห็นว่าพวกเขาเป็นเด็กแล้วขู่เอาเลย”
“ถึงคุณจะแจ้งจับพวกเขาข้อหาค้ากำไรเกินควร คุณเองก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรหรอกค่ะ”
หญิงคนนั้นได้ยินฟู่ชิงหลีพูดก็ข่มขู่เสียงเบา “ไม่เกี่ยวกับเธอ รีบไสหัวไป ไม่อย่างนั้นฉันจะซ้อมเธอ!”
ฟู่ชิงหลีได้ยินเช่นนั้นก็ยกมุมปากขึ้น ก่อนจะตบหญิงคนนั้นจนล้มลงกับพื้นต่อหน้าเด็กทั้งสองที่มองอย่างตื่นตะลึง เสียงเพียะดังลั่นจนเด็กทั้งคู่สะดุ้งไปทั้งตัว
จากนั้นฟู่ชิงหลีก็เหลือบมองหญิงที่อยู่บนพื้นอย่างเย็นชา “ไสหัวไป”
หญิงคนนั้นโตมาจนป่านนี้ยังไม่เคยโดนใครตบหน้า กำลังจะกระโดดขึ้นมาอาละวาด แต่กลับเห็นมีดสั้นเลื่อนออกมาจากแขนเสื้อของฟู่ชิงหลี เธอกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง ก่อนลุกขึ้นวิ่งหนีไปทันที
เมื่อเห็นหญิงคนนั้นวิ่งห่างออกไป ฟู่ชิงหลีก็มองเด็กทั้งสอง
แล้วก้มมองไก่ในตะกร้าของพวกเขา “เอาละ ฉันเอาไก่พวกนี้เอง”
