เพราะเป็นห่วงครอบครัวถังผู้เฒ่า ฟู่ชิงหลีจึงเดินทางเข้าอำเภอ โดยไม่รู้เลยว่าที่พักคนรุ่นใหม่ลงชนบทเกิดเรื่องอะไรขึ้น
หลังจากนั้น เธอถึงได้ยินเรื่องจากปากลู่อี้ชวน เขามองฟู่ชิงหลีด้วยสีหน้าคับข้องใจ “อาหลี มีคนใส่ร้ายพี่”
จากนั้นก็เล่าเรื่องที่ซวี่ฮุ่ยทำเสียยืดยาว
ฟู่ชิงหลีฟังแล้วก็พูดไม่ออกอยู่บ้าง ไม่คิดเลยว่าซวี่ฮุ่ยจะกลายเป็นคนแบบนี้
พอลู่อี้ชวนพูดจบ เขาก็เริ่มลอบสังเกตฟู่ชิงหลี พอเห็นว่าเธอไม่ได้โกรธจึงค่อยแอบถอนหายใจโล่งอก
ที่จริงเขาจงใจพูดแบบนี้ แทนที่จะปล่อยให้หลีเอ๋อร์ได้ยินข่าวลือจากคนอื่น สู้พูดออกมาเองเสียเลยดีกว่า
ขณะนั้นเอง คนจากฝ่ายจัดส่งเยาวชนก็มาพาตัวคนไป พอเห็นซวี่ฮุ่ยร้องไห้จนตาบวมแดง ทุกคนก็อดส่ายหน้าไม่ได้ คนคนนี้ช่างดื้อด้านจริง ๆ ถึงกับกล้าไปล่วงเกินคนคนนั้น ไม่นานซวี่ฮุ่ยก็ถูกพาตัวไป ผู้คนในที่พักคนรุ่นใหม่ลงชนบทเห็นแล้วต่างก็พากันทอดถอนใจ
พวกเขายังอดคิดในใจไม่ได้ว่าไม่รู้คนคนนี้คิดอะไรอยู่ ถึงได้ใช้วิธีแบบนี้ทำร้ายคนอื่น
ไม่นานนัก หมูก็ถูกชำแหละเรียบร้อย จู้จื่อ หลานชายของหัวหน้ากองผลิตมาถึงที่พักคนรุ่นใหม่ลงชนบท เพื่อแจ้งให้ทุกคนไปแบ่งเนื้อหมูที่ลานนวดข้าว
เมื่อคนจากที่พักคนรุ่นใหม่ลงชนบทมาถึงลานนวดข้าว ต่างก็ก้มหน้าก้มตา ไม่กล้ามองใคร
ส่วนชาวบ้านพอเห็นพวกเขาก็กลอกตาใส่
มีเพียงตอนเห็นลู่อี้ชวนกับฟู่ชิงหลีเท่านั้น ที่ทุกคนเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มและทักทายพวกเขา
ไม่นานลู่อี้ชวนก็ได้ซี่โครงครึ่งแผง กระดูกชิ้นใหญ่ 2 ชิ้น และหมูสามชั้น 1 ชิ้น