มีรอยเท้าอยู่สองชุด ชุดหนึ่งเป็นของผู้เสียหาย อีกชุดเป็นของผู้ต้องสงสัย พอพวกเขานำมาเปรียบเทียบกัน ก็พบว่ารอยเท้าชุดนั้นเป็นของจ้าวเสี่ยวฮวา
ลู่หลินเห็นภาพตรงหน้า จึงถามจ้าวเสี่ยวฮวาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ทำไมถึงใส่ร้ายคนอื่น?”
จ้าวเสี่ยวฮวาได้ยินดังนั้นก็หลับตาลงครู่หนึ่ง
ส่วนเอ่อไลจื่อกลับมีสีหน้าเหลือเชื่อ “เป็นเธอจริง ๆ ด้วย นังสารเลว เมื่อกี้เกือบทำฉันตายแล้ว!”
จ้าวเสี่ยวฮวาเหลือบมองเอ่อไลจื่ออย่างเย็นชา “ไอ้ไร้ประโยชน์”
จากนั้นจ้าวเสี่ยวฮวาก็หันไปมองลู่หลิน “ทำไมถึงใส่ร้ายคนอื่นน่ะหรือ เพราะมันสมควรตาย
เพราะมัน พ่อแม่กับพี่ชายของฉันถึงถูกส่งไปฟาร์ม ส่วนฉัน...” พอพูดถึงตรงนี้...
จ้าวเสี่ยวฮวาก็หลั่งน้ำตา
จากนั้นเธอกระชากเสื้อตัวนอกออก ผู้คนจึงเห็นรอยเขียวช้ำทั่วร่างใต้เสื้อของจ้าวเสี่ยวฮวา
ทุกคนรีบหันหน้าหนี
ส่วนคนที่เคยผ่านเรื่องแบบนี้มาก่อนย่อมรู้ว่ามันคือรอยอะไร
หัวหน้ากองผลิตเอ่ยเสียงสั่น “นี่... นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
จ้าวเสี่ยวฮวาได้ยินดังนั้นก็หัวเราะลั่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน “เกิดอะไรขึ้นน่ะหรือ หัวหน้ากองผลิตดูไม่ออกหรือไง?”
แล้วจ้าวเสี่ยวฮวาก็ตะโกนกร้าว “ฉันถูกข่มขืน ได้ยินไหม?
ฉันถูกข่มขืน เพราะฟู่ชิงหลี พ่อแม่กับพี่ชายของฉันถึงถูกส่งไปฟาร์ม
ฉันถูกคนข่มขืน ครั้งแรกเกิดขึ้นตอนฉันขึ้นเขาไปเก็บฟืน มีคนลอบทำให้ฉันสลบจากด้านหลัง พอฟื้นขึ้นมาก็ถูกล่วงละเมิดแล้ว
ตอนนั้นฉันกลัวจนขวัญหนี ไม่กล้าบอกใครสักคน ฉันวิ่งกลับบ้าน มุดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม หวังว่าทั้งหมดจะเป็นแค่ความฝัน