เด็กทั้งสองได้ยินเช่นนั้นก็หันมาสบตากัน จากนั้นจึงพูดเสียงเบาว่า “ขอบคุณครับพี่ชาย ขอบคุณค่ะพี่สาว”
จากนั้นเด็กทั้งสองก็เดินตามฟู่ชิงหลีกับคนอื่น ๆ ไปยังภัตตาคารของรัฐ พลางหันกลับมามองเป็นระยะ
ฟู่ชิงหลีเห็นท่าทางเกร็ง ๆ ของเด็กทั้งสอง จึงเอ่ยว่า “ไม่ต้องประหม่าหรอก อยากกินอะไรก็สั่งได้เลย”
ฟู่ชิงเว่ยพูดว่า “พี่สาว ผม...กินหมั่นโถวลูกเดียวก็พอครับ”
ฟู่ชิงหนิงพูดว่า “พี่สาว หนู...กินหมั่นโถวลูกเดียวก็พอค่ะ”
ฟู่ชิงหลีมองเด็กทั้งสอง “รออยู่ตรงนี้นะ”
เมื่อมาถึงช่องสั่งอาหาร ฟู่ชิงหลีก็สั่งไข่ตุ๋นซอส เต้าหู้ปลาตุ๋นซีหงซื่อ เต้าหู้ตุ๋นผักดองเปรี้ยวกับมันฝรั่ง แล้วก็ข้าวสวยอีก 4 ชาม
ฟู่ชิงหลีไม่กล้าสั่งอาหารมัน ๆ เพราะเด็กทั้งสองขาดสารอาหารมานาน หากจู่ ๆ ได้กินเนื้อปลาเนื้อสัตว์เต็มโต๊ะ กระเพาะลำไส้คงรับไม่ไหว เธอจึงสั่งอาหารรสอ่อนมาบ้าง
พออาหารยกมาเสิร์ฟ เด็กทั้งสองก็มองกับข้าวพลางกลืนน้ำลาย
ฟู่ชิงหลีมองพวกเขา “กินเถอะ” เด็กทั้งสองจ้องอาหารบนโต๊ะ แต่กลับไม่กล้าหยิบตะเกียบอยู่นาน
ฟู่ชิงหลีมองพวกเขา ก่อนคีบกับข้าวใส่จานให้คนละคำ “รีบกินเถอะ เดี๋ยวอาหารเย็นหมดแล้วจะไม่อร่อย”
เด็กทั้งสองได้ยินเช่นนั้นจึงเริ่มกินอย่างระมัดระวัง
ลู่อี้ชวนเห็นดังนั้นก็ใช้ตะเกียบคีบปลาให้ฟู่ชิงหลีคำหนึ่ง “อาหลี คุณก็กินด้วยสิ”
ฟู่ชิงหลีพยักหน้า จากนั้นทุกคนก็เริ่มกินกัน ไม่นานอาหารเต็มโต๊ะก็หมดเกลี้ยง
ฟู่ชิงเว่ยกับฟู่ชิงหนิงรู้สึกกระดากอายอยู่บ้าง พวกเขา...กินกันเยอะขนาดนี้เลยหรือ พี่สาวจะโกรธไหมนะ
