ฟู่อ้ายกั๋วมองท่านผู้เฒ่าฟู่กับฟู่ชิงหลีแวบหนึ่ง นักพรตเสวียนชิงเอ่ยขึ้นว่า “ตอนนี้ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด”
จากนั้นเขาก็เทเลือดสุนัขดำลงในเนื้อวัว แล้วใส่หญ้าล่อแมลงลงไปด้วย
ต่อมาเขากรีดข้อมือของฟู่อ้ายกั๋ว เลือดสด ๆ พลันทะลักออกมาไม่ขาดสาย
ทุกคนต่างกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว เวลาผ่านไปราวหนึ่งเค่อ เส้นเลือดบนหน้าผากของฟู่อ้ายกั๋วก็ปูดโปนขึ้นทันที ตามด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ร่างทั้งร่างสั่นเทาไม่หยุด เสียงครางสะอื้นดังออกจากปาก เห็นได้ชัดว่าเขากำลังเจ็บปวดแสนสาหัสเพียงใด
เมื่อท่านผู้เฒ่าฟู่เห็นภาพนั้นก็เผลอขยับจะเข้าไปหา แต่ลู่อี้ชวนขวางไว้พร้อมส่ายหน้า
ท่านผู้เฒ่าฟู่เห็นดังนั้นก็เหงื่อเย็นผุดเต็มตัว รีบยืนนิ่งไม่กล้าขยับ
ถัดมา ทุกคนเห็นหน้าอกของฟู่อ้ายกั๋วกระเพื่อมขึ้นลง ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนไปยังแขน แล้วขยับต่อไปทีละช่วง
ราวกับมีบางสิ่งกำลังคืบคลานไปยังบาดแผลทีละน้อย ผ่านไปอีกราว 15 นาที เจ้ากู่ตัวนั้นก็คลานมาถึงขอบแผล แต่กลับไม่ยอมโผล่หัวออกมา เลือดไหลจนเกือบเต็มอ่างใบเล็กแล้ว ใบหน้าของฟู่อ้ายกั๋วก็ซีดเผือดลง
แต่เจ้าหนอนนั่นยังคงอยู่ใกล้บาดแผล ไม่ยอมออกมาเสียที ท่านผู้เฒ่าฟู่ร้อนใจจนเหงื่อท่วมศีรษะ
นักพรตเสวียนชิงขมวดคิ้วเมื่อเห็นภาพนั้น แล้วเหลือบมองฟู่ชิงหลีโดยไม่รู้ตัว กลับพบว่าเธอทำท่าราวกับเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตัวเอง
ไม่มีทางเลือก นักพรตเสวียนชิงจึงหยิบกระติกน้ำทหารออกมาจากแหวนมิติอย่างแสนเสียดาย
