ตอนเที่ยง ท่านผู้เฒ่าฟู่อดใจไม่ไหว จึงแสร้งถามฟู่ชิงหลีอ้อม ๆ ว่า “หลานซี ยังพอจะซื้อของที่เคยกินคราวก่อนได้ไหม?”
ฟู่ชิงหลีส่ายหน้า “ซื้อไม่ได้แล้วค่ะ”
พอได้ยินเช่นนั้น ท่านผู้เฒ่าฟู่ก็ทำหน้าหงอยทันที แอบบ่นในใจว่า เจ้าเด็กตระกูลลู่นี่ไม่ได้เรื่องเลย ปีใหม่ทั้งที ทำไมไม่รู้จักส่งของมาให้บ้างนะ? จริง ๆ เลย หักคะแนน!
ขณะเดียวกัน ลู่อี้ชวนกำลังต่อสู้กับโม่เฟิง
เหยี่ยวเทารอจังหวะเหมาะแล้วโจมตีโม่เฟิงด้วยพลังจิตทันที
โม่เฟิงรู้สึกปวดหัวขึ้นมาฉับพลัน จากนั้นภาพตรงหน้าก็มืดวูบ
หมีดำฉวยโอกาสซัดหมัดใส่โม่เฟิง หมีดำเป็นผู้มีพลังพิเศษสายพละกำลัง เห็นได้ชัดว่าหมัดนี้รุนแรงเพียงใด
โม่เฟิงถูกหมัดนั้นซัดจนกระอักเลือด ถอยกรูดไปหลายก้าว ก่อนมองคนตรงหน้าแล้วตะโกนว่า “ใช้คนมากกว่ารังแกคนเดียว ช่างน่ารังเกียจ!”
ลู่อี้ชวนได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเยาะ “จัดการคนอย่างนาย ยังต้องสนใจคุณธรรมในการประลองด้วยหรือ? บอกมา นายเกี่ยวข้องอะไรกับชายชุดดำ?”
โม่เฟิงตอบ “ฉันไม่รู้ว่านายพูดถึงอะไร”
ลู่อี้ชวนถาม “อย่างนั้นหรือ? งั้นฉันจะพูดให้ละเอียดขึ้น จำเฟิงเทาได้ไหม คนที่นายพาไปพบคือใคร?”
พอได้ยินชื่อเฟิงเทา แววสังหารก็ฉายวาบในดวงตาของโม่เฟิง บัดซบ ไอ้โง่นั่นเป็นคนเปิดโปงจนได้!
มิน่าช่วงหลายวันที่ผ่านมาเขาถึงรู้สึกเหมือนมีดวงตาคู่หนึ่งคอยจับจ้องจากด้านหลัง ตอนแรกยังคิดว่าเป็นแค่ความรู้สึกไปเอง ไม่คิดเลยว่าลางสังหรณ์จะเป็นจริง