ผู้นำใหญ่ฟังแล้วก็ประหลาดใจเล็กน้อย “เก่งขนาดนั้นเชียว ดูท่าผู้เฒ่าฟู่จะได้สมบัติล้ำค่ามาครองแล้ว”
ก็จริง เด็กสาวคนนั้นมีพลังพิเศษสายไฟและไม้
แต่ไม่มีใครคาดคิดว่ารัฐมนตรีลู่ที่พวกเขาพูดถึงจะเป็นลู่อี้ชวน ซึ่งมียศระดับรองผู้บัญชาการกองพล และมีตำแหน่งภายนอกเป็นผู้บังคับกองพัน
เหตุผลที่ลู่อี้ชวนอายุน้อยแต่ได้เลื่อนขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการกองพล ก็เพราะครั้งก่อนที่เขาจัดการคดีพิเศษ เขายอมบาดเจ็บสาหัสเพื่อผนึกสิ่งนั้นไว้ จนหมดสติไม่ฟื้น
ผู้นำใหญ่แต่งตั้งเขาเป็นกรณีพิเศษเพื่อเป็นแรงจูงใจให้ลู่อี้ชวน มีคนรู้เรื่องนี้ไม่กี่คน
จากนั้นผู้นำใหญ่ก็เหลือบมองจูเก๋ออวี้ “คุณคิดว่าควรส่งใครไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มณฑลเฮย เมืองฮาร์ปิน เพื่อตรวจสอบข้าวสารล็อตนั้นดี?”
จูเก๋ออวี้ตอบ “เรื่องนี้ผมไม่สะดวกออกความเห็นครับ ท่านเห็นว่าใครเหมาะก็ส่งคนนั้นไปเถอะครับ”
ผู้นำใหญ่ส่ายหน้าพลางหัวเราะเบา ๆ “เธอนี่นะ นอกจากคอยคุ้มกันฉันแล้ว เรื่องอื่นไม่เคยยุ่งด้วยเลยจริง ๆ”
“ช่างเถอะ ฉันมีคนที่เหมาะอยู่แล้ว ลู่หลินเพิ่งถูกย้ายกลับมาจากเมืองฮาร์ปิน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่ใช่หรือ ส่งเขาไปเหมาะที่สุดแล้ว”
ลู่อี้ชวนกับฟู่ชิงหลีออกจากบ้านพักของผู้นำใหญ่ได้ไม่นาน ก็เห็นเกล็ดหิมะโปรยลงมาจากท้องฟ้า
ฟู่ชิงหลีมองหิมะด้านนอก “เวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ เผลอแวบเดียวก็เข้าสู่เดือนสิบสองแล้ว”
ลู่อี้ชวนมองเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่นจากฟ้า “ใช่ เวลาผ่านไปเร็วมาก แถมอากาศก็หนาวแล้ว อาหลีต้องดูแลตัวเองให้อบอุ่นนะ”
