นับแต่นั้นมา ชาวบ้านต่างก็ระแวดระวังเวลาเข้าป่าไปฟืน ไม่กล้าเข้าไปในป่าลึกอีกแล้ว ทำได้แค่ตัดฟืนบริเวณรอบนอกเท่านั้น
ฟู่ชิงหลีเหลือบมองหลิ่วเซียงหลิงกับเถาฮวาที่อยู่ข้างกาย ก่อนจะตกอยู่ในห้วงความคิด ดูท่าอีกสามวัน เธอคงต้องขึ้นเขาสักเที่ยว
ไม่นานนัก ทุกคนก็มาถึงลานนวดข้าว ฟู่ชิงหลีกล่าวลาทั้งสองคน ก่อนมุ่งหน้าไปยังกองทุนหมู่บ้าน
ไม่นาน หัวหน้ากองผลิต ผู้ใหญ่บ้าน และสมาชิกฝ่ายผลิตอีกหลายคนก็ทยอยกันเข้ามาในห้อง เมื่อหัวหน้ากองผลิตเห็นว่าฟู่ชิงหลีมาถึงแล้ว จึงหันไปกล่าวกับทุกคนว่า “ในเมื่อมากันครบแล้ว เรามาประชุมกันเถอะ”
หัวหน้ากองผลิตหยิบสมุดบัญชีที่ฟู่ชิงหลีจัดเตรียมไว้ วางลงบนโต๊ะ
ตอนนี้กลางเดือนเมษายนแล้ว อีกไม่นานก็จะถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเพาะปลูก ปีนี้กองผลิตเรามีเงินทุนเพียงพอ อะไรที่ซื้อหรือเปลี่ยนใหม่ได้ก็จัดการกันเสีย
“ปลาที่พวกเราจับได้ก่อนหน้านี้ขายไปทั้งหมด 123 หยวน 1 เหมา เงินเข้ากองทุนสะสมของกองผลิตเรียบร้อยแล้ว ทุกคนลองปรึกษากันดูว่าจะจัดสรรเงินก้อนนี้อย่างไร”
ฟู่ชิงหลีกล่าวว่า “ฉันคิดว่าควรจัดซื้อเครื่องมือการเกษตรใหม่ก่อนสักสองมัด ไถของปีที่แล้วส่วนใหญ่สึกหรอมากจนแทบใช้ไม่ได้แล้ว จอบก็มีบิ่นหลายเล่ม พอเริ่มฤดูใบไม้ผลิเราต้องใช้ของพวกนี้พลิกดิน”
สองวันมานี้เธอตรวจนับเครื่องมือการเกษตรทั้งหมดของกองผลิตอย่างละเอียด จึงรู้ดีว่าชิ้นไหนยังใช้ได้ และชิ้นไหนพังจนต้องทิ้ง
หัวหน้าฝ่ายสตรีพยักหน้าคล้อยตาม “เครื่องมือการเกษตรควรซื้อเพิ่มจริง ๆ แล้วโรงเรือนสัตว์ของกองผลิตก็รั่วทั้งลมทั้งฝน หลังคาผุพังไปตั้งผืนใหญ่ พอเข้าฤดูใบไม้ผลิ ฝนจะตกบ่อยขึ้น สัตว์เลี้ยงอาจหนาวจนป่วยได้ง่าย ต้องกันเงินส่วนหนึ่งไว้ซื้อไม้กับฟางมาซ่อมโรงเรือน”
