ถึงไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร อย่างมากเขาก็ให้ตาเฒ่าของตัวเองไปอาละวาดกลิ้งเกลือกต่อหน้าท่านผู้เฒ่าฟู่ ใครใช้ให้ทั้งสองเป็นพี่น้องสนิทกันล่ะ พี่น้องกันก็ต้องยิ่งสนิทชิดเชื้อกันเข้าไปอีก คิดดูแล้วตาเฒ่าคงยินดีแน่
เมืองหลวง ลู่เจิ้งที่กำลังกินข้าวอยู่จู่ ๆ ก็จามเสียงดังติดกัน จากนั้นก็รู้สึกหนาววาบไปทั้งตัว เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเขารู้สึกเหมือนมีคนกำลังวางแผนเล่นงานตัวเอง?
ทหารองครักษ์เห็นดังนั้นก็รีบหยิบผ้าห่มผืนหนึ่งมาคลุมไหล่คุณปู่ลู่ “ท่านผู้นำ ไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ?”
ลู่เจิ้ง “ไม่เป็นไร...”
ในเวลาเดียวกัน ฟู่ชิงหลีกับลู่อี้ชวนก็ขึ้นรถโดยสารพอดี บนรถยังเหลือที่นั่งว่างสองที่ ฟู่ชิงหลีกับลู่อี้ชวนจึงได้นั่งด้วยกัน
ลู่อี้ชวนมองฟู่ชิงหลีที่นั่งอยู่ข้างตัว รู้สึกว่าฟ้าดินยังช่วยเหลือเขา ฮี่ ๆ เข้าใกล้หลีเอ๋อร์ไปอีกก้าวแล้ว
ฟู่ชิงหลีเห็นลู่อี้ชวนนั่งยิ้มบื้อ ๆ อยู่ตรงนั้นก็พูดไม่ออก คนคนนี้ป่วยหรือไง ยิ้มอะไรอยู่ได้?
พอเห็นฟู่ชิงหลีมองมา ลู่อี้ชวนก็รีบหุบยิ้ม นั่งตัวตรงทำหน้าเคร่งขรึม
หญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเห็นดังนั้นก็แซวขึ้นว่า “อุ๊ย คู่รักคู่นี้ทะเลาะกันหรือจ๊ะ”
ฟู่ชิงหลีได้ยินก็รีบอธิบาย “คุณป้าเข้าใจผิดแล้วค่ะ พวกเราไม่ใช่สามีภรรยากัน”
ลู่อี้ชวนได้ยินฟู่ชิงหลีพูดเช่นนั้น ก็ทำหน้าละห้อยมองเธอ “หลีเอ๋อร์...”
พอฟู่ชิงหลีได้ยินคำเรียกนั้น สีหน้าก็มืดครึ้ม “หุบปาก”
