ฟู่ชิงหลียกมือขึ้นตบฉาด เสียงเพียะดังกังวานขึ้นทันที “หัดพูดจาให้มันดี ๆ หน่อย”
ฟู่ชิงเหยากุมแก้มที่แสบร้อน ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ “เธอกล้าตบฉันเหรอ?”
“ตบไปแล้วเพิ่งมาถามว่ากล้าหรือไม่กล้า โง่จริง ๆ”
พอฟู่ชิงเหยาได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะเยาะขึ้นมา “พี่สาว พี่นี่น่าสงสารจริง ๆ ตั้งแต่เล็กก็เสียแม่ไป แม้แต่พี่ชายทั้งสองคนก็ไปอยู่ในกองทัพ ไม่กลับบ้าน ส่วนพ่อก็รักฉันมาตั้งแต่เด็ก แม้แต่ครั้งนี้ที่พี่ต้องไปชนบทก็เพราะฉัน”
พูดถึงตรงนี้ เธอก็หัวเราะคิกคัก “ถ้าพี่ยอมส่งแผ่นหยกมาให้ดี ๆ ฉันจะช่วยพูดให้พ่อเห็นใจพี่ จัดการให้พี่ได้กลับเมืองโดยเร็ว แต่ถ้าไม่ยอม พี่ก็เตรียมติดแหง็กอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตได้เลย!”
ฟู่ชิงหลีเอ่ย “แค่เขาเนี่ยนะ มีสิทธิ์มาจัดการชีวิตฉัน?”
ฟู่ชิงเหยาตวาด “เลิกพูดไร้สาระ ส่งแผ่นหยกมา!”
ฟู่ชิงหลีกล่าว “เดิมทีฉันกะจะให้เธอมีชีวิตต่ออีกสองสามวัน แต่ตอนนี้ดูท่าคงไม่จำเป็นแล้ว”
ฟู่ชิงเหยาสะดุ้งในใจ “เธอหมายความว่ายังไง?”
ฟู่ชิงหลีตอบ “ก็หมายความตามที่พูดนั่นแหละ”
เมื่อเห็นแววสังหารที่ฟู่ชิงหลีไม่คิดปิดบัง ฟู่ชิงเหยาก็ตกใจจนหันหลังวิ่งหนีสุดชีวิต
“คิดจะหนีเหรอ? สายไปแล้ว”
ฟู่ชิงหลีกระตุ้นพลังพิเศษธาตุไฟ ก่อนสะบัดมือ เปลวไฟกลุ่มหนึ่งก็พันรอบร่างฟู่ชิงเหยาในพริบตา
เมื่อเห็นเปลวไฟลุกพรึ่บบนร่าง ฟู่ชิงเหยาก็ถูกความหวาดกลัวไร้ที่สิ้นสุดกลืนกินทันที ภาพที่ตัวเองตายในกองเพลิงเมื่อชาติก่อนพลันผุดขึ้นในหัว “ไม่! ช่วยด้วย!”
เธอสะบัดมือไปมาอย่างลนลาน พยายามปัดเปลวไฟบนตัวไม่หยุด แต่ไฟกลับไม่มีทีท่าว่าจะดับลงแม้แต่น้อย ขณะนี้เธอหวาดผวาสุดขีด ไม่สนแล้วว่าไฟมาจากไหน รีบร้องขอความช่วยเหลือจากฟู่ชิงหลี “พี่สาว ช่วยฉันด้วย! ฉันผิดไปแล้ว ฉันรู้ตัวแล้วจริง ๆ! พี่สาว รีบช่วยฉันเร็ว!”
