กำลังจะเดินกลับ ก็เห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่หน้าบ้านหลังเล็ก จากนั้นร่างคุ้นตาก็หอบหิ้วของพะรุงพะรังลงมาจากรถ พอโจวเหม่ยอวิ๋นมองเห็นชัดว่าเป็นใคร ก็จัดเสื้อผ้าของตัวเองโดยไม่รู้ตัว กำลังจะเอ่ยทัก
แต่กลับเห็นลู่อี้ชวนไม่แม้แต่จะมองเธอ เขาทักทายทหารองครักษ์ที่เฝ้าประตู จากนั้นทหารคนนั้นก็เหมือนจะรู้จักเขา ไม่นานประตูก็เปิดออก ลู่อี้ชวนหอบของเข้าไปข้างใน แล้วประตูก็ปิดลง
เห็นภาพตรงหน้า โจวเหม่ยอวิ๋นเม้มริมฝีปาก เขาหลบหน้าเธอมาหลายวันแล้วหรือ หรือว่าคนที่เขาชอบอยู่ที่นี่?
เธอจึงก้าวไปข้างหน้าอีกสองสามก้าว แล้วเดินไปหาทหารองครักษ์
“สวัสดีค่ะสหาย คนที่เพิ่งเข้าไปเมื่อกี้เป็นใครหรือคะ?”
ทหารองครักษ์มองเธอ ก่อนจะถามอย่างระแวดระวัง “คุณเป็นใคร? มาถามเรื่องคนที่เพิ่งเข้าไปทำไม?”
โจวเหม่ยอวิ๋นกลืนน้ำลาย รีบตอบว่า “ฉะ...ฉันเป็นน้องสาวของสหายลู่ค่ะ”
ทหารองครักษ์ขมวดคิ้วเมื่อได้ยิน “น้องสาวหรือ? ทำไมผมไม่เคยได้ยินว่าผู้บังคับกองพันลู่มีน้องสาว บอกมาว่าคุณเป็นใครกันแน่”
โจวเหม่ยอวิ๋นเห็นทหารองครักษ์ทำท่าระแวงก็รีบกล่าว “ฉันเป็นน้องเมียของลู่อี้หงค่ะ โจวเหม่ยฟางเป็นพี่สาวฉัน”
ทหารองครักษ์ฟังคำอธิบายแล้วขมวดคิ้ว “คุณมีธุระอะไร?”
“ฉันอยากรู้ว่าพี่สามลู่เกี่ยวข้องอะไรกับบ้านหลังนี้ค่ะ”
ทหารองครักษ์ตอบ “ขออภัย บอกไม่ได้”
โจวเหม่ยอวิ๋นเม้มริมฝีปาก อยากเข้าไปดูข้างใน แต่ก็เข้าไปไม่ได้ สุดท้ายจึงได้แต่ก้มหน้าคอตกเดินกลับ
